Saturday, 21 July 2007
การประเมินราคาหุ้น
« OEM | Main | การวัดราคาหุ้นด้วย P/E ratio »- Discounting Model วิธีการประเมินราคาหุ้นแบบนี้มีวิธีคิดโดยอยู่บนพื้นฐานที่ว่า มูลค่าของหุ้นจะเกิดจากการคิดกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตแล้วปรับลดมาอยู่ในมูลค่าปัจจุบัน วิธีที่คิดจะได้เห็นกันบ่อยๆก็คือ Dividend discounted model โดยประเมินจากปันผลที่คาดที่ว่าจะได้รับในอนาคต หรือวิธี Discount cash flow โดยหลักมีคิดคล้ายๆกัน คือเอากระแสเงินสดสุทธิที่เป็นอิสระ คือไม่ต้องใช้ลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์เพื่อรักษาสภาพของธุรกิจเอาไว้ แล้วคำนวณมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน
- Relative Model วิธีนี้จะใช้การประเมินมูลโดยการเปรียบเทียบ พื้นฐานมาจากความคิดที่ว่า ของ 2 สิ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน ควรมีมูลค่าใกล้เคียงกัน ของที่มีคุณภาพที่สูงกว่าก็ควรมีมูลค่าสูงกว่า โดยสิ่งที่เอามาวัดเป็นคุณภาพของหุ้นนั้นก็มีใช้กันอยู่หลายอย่าง เช่น p/e, p/bv, p/fcf, p/sales ฯลฯ
จากพื้นฐานของการประเมินมูลค่าหุ้นทั้ง 2 รูปแบบ ก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันพอสมควร
พวกกลุ่ม Discount มีข้อดีคือสามารถพิสูจน์ออกมาเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ได้ชัดเจนทำให้ดูว่ามีความน่าเชื่อถือสูง แต่กลับมีข้อจำกัดสำคัญอย่างหนึ่ง จำเป็นที่จะต้องประมาณอนาคตของบริษัทออกมาเป็นตัวเลขเป็นไปเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งการประมาณตัวเลขเหล่านี้ให้ได้ใกล้เคียงความจริงเพียงแค่ปีสองปีก็นับว่ายากมากแล้ว ยิ่งเราต้องประมาณออกไปนานเท่าไหร่ โอกาสที่จะคาดการณ์ผิดก็ยิ่งสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และวิธีนี้ยังมีเลขอีกตัวที่ต้องใช้คืออัตราส่วนคิดลด หรือ โดยการคิดก็มีหลายแบบอีก บางคนอาจจะใช้ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ย หรือ อัตราผลตอบแทนที่ต้องการในการลงทุน ซึ่งแต่ละคนก็คิดได้ต่างกันไป จากการที่ต้องมีการประมาณตัวเลขผลประกอบการในอนาคต และอัตราส่วนคิดลด ทำให้ราคาที่คำนวณได้จากวิธี Discount นั้นแตกต่างกันมาก คน 2 คนที่มีข้อมูลหุ้นตัวหนึ่งเท่าๆกันอาจจะประเมินราคาออกมาห่างกันเป็นเท่าตัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฉะนั้นการใช้งานจริงก็อาจจะยากเอามากๆ และเสียเวลาคิดนานมากเช่นกันกว่าจะได้คำตอบที่น่าเชื่อถือออกมา บางครั้งวิธีผมมองว่าเป็นวิธีแบบสั่งได้ อยากได้ราคาเป้าหมายเท่าไหร่บอกมา แก้ตัวเลขนิดๆหน่อยราคาเป้าหมายก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องแล้ว โดยสรุปวิธีนี้เป็นวิธีที่ผมลองพยายามศึกษาและใช้ในช่วงที่เล่นหุ้นเป็นปีที่ 2 แต่ผลลัพธ์คือ ปวดหัวเวลาคิด แถมยังเอามาใช้งานจริงไม่ค่อยได้
วิธีการหาราคาหุ้นกลุ่ม Relative นี้มีข้อดีอย่างหนึ่งเลยคือง่าย ... ไม่ต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อนอะไรเลยครับ เพิ่งแค่ บวก บล คูณ หาร เป็นก็หาได้ไม่ยาก แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่มากเช่นกัน คือดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ พิสูจน์ไม่ค่อยได้ นอกจากนี้การประเมินก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับหุ้นบางประเภทอยู่พอสมควร การประเมินราคาแบบ Relative นี้เป็นวิธีที่ผมใช้ในช่วงปีแรกของการลงทุน แล้วลดลงมาหน่อยหลังจากหันไปลองใช้วิธี Discount อยู่พักนึง แต่ในช่วงประมาณ 2 ปีหลังมานี้ผมกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง และใช้อย่างเต็มทีมากขึ้น แล้วก็พบว่าเป็นวิธีที่ใช้งานได้ดีมากๆ แม้ว่าวิธีจะดูเหมือนง่าย แต่สามารถพลิกแพลงวิธีคิดได้หลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญจากการที่สังเกตุมาส่วนใหญ่ วิธีนี้ทำเงินให้ผมได้มากกว่าพวกกลุ่ม Discount เยอะมาก
ในครั้งต่อๆไปผมจะลองอธิบายการใช้งานจริงของวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นแบบ Relative ให้ติดตามกันครับ ..
[Trackback URL for this entry]

คุณโยโย่ลองใช้การประเมินหุ้นแบบ Benjamin Graham ดูสิครับ ผมว่ามันง่ายมากๆ แต่การประเมินหุ้นทุกวิธีมันมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นนักลงทุนจะต้องดูพิ้นฐานของธุรกิจด้วย การตัดสินใจแบบ quantitative อย่างเดียวนั้นจะทำให้เกิดการพลาดได้
บางทีการตัดสินใจซื้อหุ้นก็เปรียบเสมือนการซื้อกิจการ ไม่มีหลักตายตัวที่แน่นอน
"Investing is most prudent when it is most business-like" - Benjamin Graham
แต่พื้นฐานอย่างที่คุณโยโย่กล่าวมาก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนควรจะเรียนรู้และเข้าใจถึงจะใช้มันได้อย่างถูกต้อง