Saturday, 23 June 2007
ราคาทุน กับ ผลกระทบทางจิตวิทยา
« หุ้นตัวแรกในชีวิต | Main | ข่าววงในๆ »
ในการลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งคือเรื่องของจิตใจ (Mental Skill) บางคนเล่นหุ้นแล้วใจไม่นิ่ง หุ้นขึ้นนิดหน่อยก็ทุกข์ ทุกว่าจะขายเมื่อไหร่ หุ้นลงก็ทุกข์ ทุกว่าตัวเองขาดทุน เรื่องของจิตใจนี่เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนากันได้ ช่วงแรกๆเองผมก็มีปัญหาเรื่องนี้อยู่มาก (ตอนนี้ก็ยังไม่ได้หายขาดหรอกครับ แต่ว่าดีขึ้นเยอะแล้ว) การอ่านหนังสือก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ อย่างที่เคยแนะนำหนังสือเรื่องจิตวิทยาการลงทุนไป ก็ช่วยได้เยอะ
จั่วหัวเป็นชื่อเรื่องไว้เกี่ยวกับ"ราคาทุน" เป็นคำที่มีเรื่องให้คุยกันได้เยอะมาก ราคาทุนก็คือราคาหุ้นที่เราซื้อมาในตอนแรก ถ้ามีการซื้อหุ้นเพิ่มระหว่างทางก็คิดเฉลี่ยออกมา ถ้าราคาในวันนี้เกินราคาทุนก็แสดงว่ากำไร ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่าราคาทุนก็แสดงว่าขาดทุน ผลกระทบของราคาทุนที่มีต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ผมเชื่อว่ามีอยู่สูงมาก จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะขายหุ้นที่มีราคาสูงกว่าราคาทุนได้ง่ายกว่าการที่จะขายหุ้นที่ต่ำกว่าราคาทุน เพราะคนส่วนใหญ่กลัวความเจ็บปวด ฝรั่งเค้าเรียกว่า Snake bite effect คือการขายหุ้นที่ราคาต่ำกว่าทุนจะเหมือนเป็นการยอมรับว่าเราขาดทุน หรือเป็นการยอมรับว่าเราตัดสินใจผิด และจะทำให้เกิดการเจ็บปวด แต่การขายหุ้นที่ราคาสูงกว่าทุน จะทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุข ผลที่ตามมาก็คือ นักลงทุนจะขายหุ้นที่มีกำไรเร็วจนเกินไปทำให้ได้กำไรน้อย หรือถือหุ้นที่ราคาลงนานจนเกินไปทำให้ยิ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นๆ
การจะลดปัญหานี้ได้ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือหลังจากซื้อหุ้นแล้วควรจะลืมราคาทุนให้เร็วที่สุด เพราะจริงๆแล้วราคาทุนไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจของเราว่าจะถือหุ้น จะขายหุ้นทิ้งหรือว่าจะซื้อหุ้นเพิ่ม ตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจคือราคาวันนี้ และราคาที่เราเหมาะสม
- ถ้าราคาวันนี้ต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมมากๆ ก็ซื้อหุ้นซะ
- ถ้าราคาวันนี้สูงกว่าราคาที่เหมาะสมก็ขายซะ
- เรามีหุ้นอยู่แล้ว หุ้นราคาลดลงมา ในขณะที่ราคาที่เหมาะสมยังเหมือนเดิม ถ้ามีเงินก็ซื้อเพิ่ม ถ้าหมดเงินแล้วก็ถือไว้เฉยๆ
เห็นมั๊ยครับว่าการตัดสินใจทั้ง 3 แบบ ไม่มีราคาทุนเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย แต่นักลงทุนก็มักจะเอาราคาทุนมาใช้ในการตัดสินใจเป็นประจำซึ่งจะทำให้เราลงทุนโดยหลงกับดักทางจิตวิทยาได้
ปกติผมจะไม่เข้าไปดูหุ้นใน port ตัวเองผ่านทางเวปไซด์ของ Broker เท่าไหร่ เพราะในนั้นจะมีบอกครบหมดว่าเรามีหุ้นอยู่จำนวนเท่าไหร่ ราคาทุนเท่าไหร่ ราคาวันนี้เท่าไหร่ คิดเป็นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ซึ่งทำให้เราไขว้เขวได้ง่าย ผมเลยสร้าง file excel แสดง port ตัวเองเอาไว้แยกต่างหากว่าผมมีหุ้นใน port อะไรบ้างเป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้ววันไหนอยากรู้ว่าตัวเองมีเงินลงทุนรวมอยู่เท่าไหร่ ก็ค่อย key ราคาหุ้นใส่ลงไป วิธีนี้จะทำให้ผมไม่รู้ราคาทุน และตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้นมากครับ
จั่วหัวเป็นชื่อเรื่องไว้เกี่ยวกับ"ราคาทุน" เป็นคำที่มีเรื่องให้คุยกันได้เยอะมาก ราคาทุนก็คือราคาหุ้นที่เราซื้อมาในตอนแรก ถ้ามีการซื้อหุ้นเพิ่มระหว่างทางก็คิดเฉลี่ยออกมา ถ้าราคาในวันนี้เกินราคาทุนก็แสดงว่ากำไร ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่าราคาทุนก็แสดงว่าขาดทุน ผลกระทบของราคาทุนที่มีต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ผมเชื่อว่ามีอยู่สูงมาก จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะขายหุ้นที่มีราคาสูงกว่าราคาทุนได้ง่ายกว่าการที่จะขายหุ้นที่ต่ำกว่าราคาทุน เพราะคนส่วนใหญ่กลัวความเจ็บปวด ฝรั่งเค้าเรียกว่า Snake bite effect คือการขายหุ้นที่ราคาต่ำกว่าทุนจะเหมือนเป็นการยอมรับว่าเราขาดทุน หรือเป็นการยอมรับว่าเราตัดสินใจผิด และจะทำให้เกิดการเจ็บปวด แต่การขายหุ้นที่ราคาสูงกว่าทุน จะทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุข ผลที่ตามมาก็คือ นักลงทุนจะขายหุ้นที่มีกำไรเร็วจนเกินไปทำให้ได้กำไรน้อย หรือถือหุ้นที่ราคาลงนานจนเกินไปทำให้ยิ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นๆ
การจะลดปัญหานี้ได้ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือหลังจากซื้อหุ้นแล้วควรจะลืมราคาทุนให้เร็วที่สุด เพราะจริงๆแล้วราคาทุนไม่ควรมีผลต่อการตัดสินใจของเราว่าจะถือหุ้น จะขายหุ้นทิ้งหรือว่าจะซื้อหุ้นเพิ่ม ตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจคือราคาวันนี้ และราคาที่เราเหมาะสม
- ถ้าราคาวันนี้ต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมมากๆ ก็ซื้อหุ้นซะ
- ถ้าราคาวันนี้สูงกว่าราคาที่เหมาะสมก็ขายซะ
- เรามีหุ้นอยู่แล้ว หุ้นราคาลดลงมา ในขณะที่ราคาที่เหมาะสมยังเหมือนเดิม ถ้ามีเงินก็ซื้อเพิ่ม ถ้าหมดเงินแล้วก็ถือไว้เฉยๆ
เห็นมั๊ยครับว่าการตัดสินใจทั้ง 3 แบบ ไม่มีราคาทุนเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย แต่นักลงทุนก็มักจะเอาราคาทุนมาใช้ในการตัดสินใจเป็นประจำซึ่งจะทำให้เราลงทุนโดยหลงกับดักทางจิตวิทยาได้
ปกติผมจะไม่เข้าไปดูหุ้นใน port ตัวเองผ่านทางเวปไซด์ของ Broker เท่าไหร่ เพราะในนั้นจะมีบอกครบหมดว่าเรามีหุ้นอยู่จำนวนเท่าไหร่ ราคาทุนเท่าไหร่ ราคาวันนี้เท่าไหร่ คิดเป็นกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ซึ่งทำให้เราไขว้เขวได้ง่าย ผมเลยสร้าง file excel แสดง port ตัวเองเอาไว้แยกต่างหากว่าผมมีหุ้นใน port อะไรบ้างเป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้ววันไหนอยากรู้ว่าตัวเองมีเงินลงทุนรวมอยู่เท่าไหร่ ก็ค่อย key ราคาหุ้นใส่ลงไป วิธีนี้จะทำให้ผมไม่รู้ราคาทุน และตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้นมากครับ
Posted by at 9:27 PM in YoYo's Investing Way
[Trackback URL for this entry]
Comment: at Wed, 27 Jun 12:23 PM
ราคาเหมาะสมนั้นก็แล้วแต่คนจะคิด เปรียบเทียบง่ายๆก็คือถ้าคุณจะีซื้อเสื้อตัวนึง ราคาที่เหมาะสมนั้นก็อยู่ที่ ลาย สี เนื้อผ้า และความพึงพอใจ และคุณคิดว่าเสื้อตัวนี้จะอยู่กับเรานานแค่ไหน ส่วนการซื้อหุ้นนั้น เปรียบเทียบง่ายๆเหมือนกับว่าคุณจะซื้อบริษัทๆนึง ให้ตีราคาทั้งบริษัท แล้วหารด้วยจำนวนหุ้น คุัณก็จะได้"ราคาที่เหมาะสม" การตีราคาบริษัทๆนึงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเข้าใจบริษัทนั้นดีขนาดไหน และจะทำเงินได้รึเปล่าในอนาคต
Comment: at Thu, 19 Jul 7:55 PM
แปลว่าราคาที่เหมาะสมคือ ราคาที่เราตั้งขึ้นเองตามความพอใจเท่าที่เรามีข้อมูลอยู่ใช่มั้ยครับ

ช่วย post ตัวอย่าง excel file ไว้ให้ด้วยได้มั้ยค่ะ
จะได้เอาไว้ใช้เป็นแนวทาง :)