Monday, 29 September 2008
กลเม็ด คัดหุ้นเด็ด กับ SAA Consensus
« “เผยกลเม็ด คัดหุ้นเด็ด กับ SAA Consensus” | Main | ดูวิกฤตหุ้นในอดีต ประเมินวิกฤตหุ้นปัจจุบัน »วิกฤตการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ โยงใยต่อเนื่องมาสู่วิกฤตการณ์สถาบันการเงินระดับโลกและวิกฤตตลาดหุ้นทั่วโลก ได้ผลัดไม้เปลี่ยนมือสลับกับความตึงเครียดทางการเมืองของเราเอง ผลัดกันถล่มราคาหุ้นไทย จนไหลลึกต่ำกว่า 600 จุด และแม้จะมี Rebound กลับขึ้นมาบ้างแล้ว ปัจจุบันก็ยังอยู่แถวๆ 620 จุด ดูแนวโน้มแล้วปัญหาทั้งสอง อาจจะยังผลุบเข้าผลุบออกมาถล่มหุ้นไทยเป็นช่วงๆ นักลงทุนต่างชาติยังมีท่าทีขายต่อ ซึ่งก็แปลว่า ฝั่งที่ซื้อสุทธิ ก็จะเป็นนักลงทุนในประเทศนี่แหละ การติดอาวุธให้นักลงทุนไทยรวมถึงสอนวิธีการใช้อาวุธจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในยามนี้
3 วันก่อน ตามคำเชิญจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผมไปบรรยายเรื่อง “เผยกลเม็ด คัดหุ้นเด็ด SAA Consensus” ที่ห้องประชุม ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อติวเข้มบรรดานักลงทุนและผู้เข้าแข่งขัน SET Click2WIN ให้รู้จักวิธีใช้อาวุธที่ชื่อว่า SAA Consensus
SAA Consensus นั้นก็คือ ตัวเลขวิเคราะห์และคาดการณ์รายหุ้นที่รวบรวมความเห็นมาจากนักวิเคราะห์ ริเริ่มขึ้นโดยคณะกรรมการของสมาคมนักวิเคราะห์ฯ (SAA) โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย Settrade.com ในการสนับสนุนเขียนโปรแกรมและเผยแพร่ในเว็บไซต์ โดยมีข้อมูลดังต่อไปนี้
• รวบรวมข้อมูลจาก 28 สำนักวิจัย กว่า 200 หุ้น
• ตัวเลขประมาณการ EPS, P/E, อัตราเงินปันผล, มูลค่าหุ้นทางปัจจัยพื้นฐานรายสำนัก, ค่าเฉลี่ย, ตารางสรุปอื่นๆ, เรียงลำดับจากมากไปน้อย หรือน้อยไปมากของตัวเลขต่างๆ ดังกล่าว
• แนบบทวิจัยบางสำนักให้อ่านโดยละเอียด
• วัตถุประสงค์ นำผลการวิเคราะห์สู่ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่า เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องผู้ลงทุน และพัฒนาตลาดทุนไทยให้แข็งแรง
คุณๆ ผู้อ่านสามารถเข้าดูตัวเลขพยากรณ์หุ้นกว่า 200 ตัวของสมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ได้ผ่านเว็บต์หลักๆ คือ www.settrade.com หรือ www.saa-thai.org เท่านี้ก็ได้อาวุธไปสู้กับนักลงทุนต่างชาติในการเลือกหุ้นที่ถูกใจแล้ว
พูดถึงการเลือกหุ้น ทุกคนก็คงแสวงหาหุ้นเด็ด บางทีเลือกแล้วก็เด็ดจริง บางทีก็เด็ดชีพ และบางที่ช่วงแรกก็วิ่งขึ้นเหมือนน่าจะทีเด็ด แต่ตอนจบศพไม่สวยก็มี เพราะไปตามน้ำหุ้นปั่นอย่างไร้พื้นฐานธุรกิจ ผมจึงขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณๆ ผู้อ่าน ว่าหุ้นเด็ดในมุมมองของผมนั้นมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างจากประเด็นต่อไปนี้
• ธุรกิจดี มีอนาคตสดใส
• ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่มีความน่าเชื่อถือ
• มีสภาพคล่องซื้อขายมาก หรือมีพอสมควร แต่ไม่ถูกครอบงำทำราคาโดยขาใหญ่ (หมายถึงเงินเยอะเล่นเยอะ ไม่ได้หมายถึง ต้นขาใหญ่ครับ)
• ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสมมาก
• กำลังจะมีข่าวดีที่ตลาดหุ้นยังไม่สะท้อน หรือมีข่าวแล้ว แต่ราคายังไม่สะท้อนเต็มที่
องค์ประกอบข้างต้นอาจไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ แต่ต้องมีข้อไม่ถูกขาใหญ่ครอบงำและผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องน่าเชื่อถือ โดยคุณๆ ผู้อ่านติดตามข่าวสารหนังสือพิมพ์ธุรกิจและหุ้น สักพักก็จะทราบเองว่า บริษัทไหนไม่น่าวางใจ
เมื่อทราบสเป็คหุ้นเด็ดแล้ว ผมคิดว่าหุ้นเกือบทั้งหมดที่อยู่ใน SAA Consensus น่าจะอยู่ในข่ายที่ใกล้เคียง (แต่ต้องมาเลือกหาตัวที่ต่ำกว่ามูลค่ามาก) และน่าจะหลุดจากหุ้นปั่นไปได้ เกือบหมด (อาจมีหลุดรอดเข้ามาบ้างสัก 2-3 ตัว) เพราะหุ้นที่ถูกนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเขียนมักจะมีองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้
• เป็นหุ้นบริษัทใหญ่หรือหุ้นที่มีคนสนใจอ่านเยอะ (สภาพคล่องซื้อขายมักจะเยอะตามไปด้วย)
• หรือเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มธุรกิจในอนาคตดี เพราะจะมีราคาพุ่งขึ้นไปได้
• หรือหุ้นต่ำกว่ามูลค่าเยอะๆ เพื่อเอากล่องเกียรติยศจากการแนะนำและทำให้ลูกค้ากำไรเยอะ
• ไม่ชอบเขียนหุ้นที่น่าขาย เพราะไม่ค่อยได้กล่อง แถมไม่ค่อยได้ธุรกิจค่าคอมฯ แต่ไม่ถึงกับบิดเบือนจากขายเป็นให้ซื้อ อย่างมากก็แค่บอกเลี่ยงๆ เช่น ราคาเต็มมูลค่า หรือ ซื้อเมื่ออ่อนตัวลง
• ไม่ชอบเขียนหุ้นที่เจ้าของ/ผู้ถือหุ้นขาใหญ่ครอบงำทิศทางราคา เพราะกิจการมักมีปัญหาในอนาคต และอาจหลอกล่อให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนเสียฟอร์ม
** ดังนั้น หุ้นที่อยู่ใน SAA Consensus เกือบทั้งหมดมีความน่าสนใจ แต่ต้องดูราคาหุ้นด้วย
ผมเองอยากช่วยแนะนำเทคนิคข้อคิดเห็นส่วนตัว (ไม่ใช่ความเห็นอย่างเป็นทางการของสมาคมฯ นะครับ) ในการนำ SAA Consensus ไปใช้ ดังนี้ครับ
1. คำว่า Target Price ในตาราง ตามนิยามที่กำหนดให้สำนักวิจัยส่งตัวเลขมาคือ มูลค่าหุ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ดังนั้นควรปรับลดเป็นค่าปัจจุบัน ด้วยส่วนลด 10-20% ตามระดับความเสี่ยงของหุ้นหรือความไม่แน่นอนทางธุรกิจ เช่น เห็นว่าธุรกิจผลิตไฟฟ้าเสี่ยงน้อยก็อาจใช้ส่วนลดน้อย เช่น Consensus ให้ค่าเฉลี่ย 95 บาท ถ้าคิดส่วนลด 10% ก็เหลือ 86 บาท เป็นต้น
- ปรับส่วนลดตามความเสี่ยงของปัจจัยตลาดหุ้น/เศรษฐกิจ
ถ้าเสี่ยงมากขึ้น เช่น เลห์แมนฯ ล้มแล้วต้องเพิ่มส่วนลด เช่น เป็น 15-30%
ถ้าสถานการณ์ดีเหมือนช่วงปี 46-47 ลดส่วนลดได้ เช่น เป็น 5-15%
2. ดู EPS ปีหน้า (2009) ด้วยถ้ามี ปรับค่า P/E ด้วย EPS ของปี 09 ประกอบ บางทีดูแค่ปี 08 มี P/E แค่ 7 เท่า แต่พอดูปี 09 กลายเป็น 12 เท่าก็มี
3. ถ้าธุรกิจมีความไม่แน่นอน ความเห็นนักวิเคราะห์ต่างกันเยอะ ลองดูสำนักที่ให้ตัวเลขโหดสุด คือ EPS น้อยสุด ค่า P/E จะเป็นเท่าไร, ดูรายที่ให้มูลค่าหุ้นต่ำสุด ถ้ายังสูงกว่าราคาตลาดมาก ก็น่าสนใจมาก
4. ดูเครื่องหมาย
ข้างตัวเลข ถ้า
แสดงว่า ตัวเลขที่ส่งมาครั้งใหม่มีการปรับเพิ่มค่า, ถ้า
ก็ตรงกันข้าม
5. เนื่องจากข้อมูลที่ส่งมาบางรายนานแล้ว 3-4 เดือน ลองพิจารณา เฉพาะกลุ่มที่ส่งมาใหม่ๆ 5-10 รายเทียบดูด้วย
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเด็ดจาก “หุ้นที่มีการ Update ประจำวัน” ประเด็นนี้ช่วยตอบโจทย์หุ้นที่ว่า ราคายังไม่สะท้อนต่อข่าวสารล่าสุด เพราะการ Updateใหม่ๆ นักลงทุนบางส่วนอาจยังไม่ทราบข้อมูลพยากรณ์ล่าสุด ถ้าดูแล้วต้องเผ่นก็จะได้เผ่นต้นขบวน หรือถ้าเป็นข่าวดีที่น่าซื้อ ก็ได้ซื้อไม้แรกๆ
และแน่นอนว่า เมื่อบรรยายสอนกลเม็ดวิธีใช้อาวุธเสร็จแล้ว ตามประเพณีที่นักลงทุนเจอนักวิเคราะห์ ก็ไม่พ้นที่จะถามหาหุ้นที่ผ่านการกรองด้วยเทคนิคดังกล่าว เพราะช่วงนี้บรรดานักลงทุนไทยกลายเป็นผู้รองรับการขายของต่างชาติทุกวัน จะได้ไปรับเป็นหุ้นที่ค่อนข้างดีหน่อย ถ้าขาดทุนก็ยังมีโอกาสฟื้นคืนในอนาคตได้ (หวังว่า)
ผมได้ช่วยกรองด้วยประเด็นต่างๆ ที่อธิบายข้างบน เจอตัวอย่างหุ้นที่เหมาะสมอยู่ 14 ตัว ณ วันที่บรรยาย ดังต่อไปนี้ครับ

[Trackback URL for this entry]

Thank you very much.