Friday, 27 June 2008

น่าซื้อหุ้นหรือยัง

« สมาคมนักวิเคราะห์ฯ ลดเป้าดัชนีหุ้นปลายปีเหลือ 927 จุด แนะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี | Main | เฉลี่ยต้นทุนต่างชาติ 650 หรือ 620 »

ก่อนอื่นต้องขออภัยคุณๆ   ผู้อ่านและกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ด้วย   ที่ผมเว้นวรรคการเขียนไป 5 สัปดาห์ นานเกินที่เตี๊ยมๆ กันไว้ศุกร์เว้นศุกร์   โดยผมเขียนคอลัมน์ไว้ครั้งสุดท้าย เมื่อ 16 พ.ค.51 ในหัวข้อเรื่อง “ดอกเบี้ยไทยคงไม่ลดแล้ว”

ที่หายหน้าไปนานก็ไม่ได้คิดอู้อะไรหรอกครับ เพียงแต่จังหวะที่กะว่าจะเขียนศุกร์เว้นศุกร์นั้นก็มีงานสำคัญๆ   ของสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ที่ผมและทีมงานจะไปเร่งปั๊มออกมา   ทั้งการจัดสัมมนาถี่ยิบ ติดอาวุธความรู้ให้นักวิเคราะห์ การเร่งจัดงานประกาศผลนักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมประจำปี   การสำรวจสำนักวิจัยเพื่อพยากรณ์ตัวเลขเศรษฐกิจและดัชนีหุ้นสิ้นปีที่ผมแถลงไปเมื่อต้นสัปดาห์ก่อนว่า   สิ้นปีนี้ดัชนีเป้าหมาย 927 จุด นั่นแหละครับ และล่าสุดพฤหัสที่แล้วก็มีอันไม่ได้เขียนต้นฉบับสำหรับลงวันศุกร์ (ที่แล้ว) เพราะมีคิวด่วนมากในการร่วมกับ ตลท.จัดเสวนาด่วนให้นักข่าวและนักลงทุนเรื่อง “วิกฤตหรือโอกาส ตลาดหุ้นไทยฯ”  ช่วงวันที่ดัชนีหุ้นไหลลึกไปปิด 742 จุด นั่นแหละครับ  ซึ่งผมและนักวิเคราะห์อีก 4 คน เห็นว่าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่ามาก ถือเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว

คอลัมน์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 16 พ.ค.51 นั้น  ผมได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยไทยที่เจอศึกทั้งภาวะเงินเฟ้อเริ่มสูง   แต่ก็มีความวิตกกลัวเศรษฐกิจจะชะลอ เพราะแรงกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอแน่  รวมถึงทิศทางดอกเบี้ย Fed ของสหรัฐที่มีแววใกล้ยุติการลดดอกเบี้ย   ทำให้มุมมองเรื่องดอกเบี้ยของนักวิเคราะห์เริ่มแตกต่างกัน   ซึ่งผมทายว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ย R/P 1 วัน ที่ 3.25% (งวด 21 พ.ค.) และอาจจะคาราคาซังถึงงวดประชุม ก.ค.และปลาย ส.ค. ทำให้ไม่มีข่าวดีเรื่องดอกเบี้ยไทยใน 3-4 เดือน สุดท้ายคือ  ถ้าไม่มีข่าวดีด้านอื่น เช่น  เรื่องการเมืองคลายวิตก หรือปัญหาซับไพร์มเริ่มอิ่มตัว   ระดับดัชนีหุ้น 850-860 จุด    คงเป็นด่านสกัดราคาหุ้น(ที่กำลังขึ้น) เหมือนรอบก่อนๆ นั่นคือประโยคสุดท้ายของคอลัมน์ เมื่อ16 พ.ค.51

ดัชนีหุ้นไม่ได้เกรงอกเกรงใจอะไรผมนัก  โดยได้ขึ้นไปอีก 3 วัน สูงสุดที่ 886 จุด (22 พ.ค.) จากนั้นก็ปรากฎปัจจัยลบสารพัดชนิด   ทั้งด้านม๊อบการเมือง ภาวะเงินเฟ้อสูงถึง 7.6%  การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ไทย การอ่อนค่าเงินบาท เป็นปัจจัยลบที่ประสานงานกันคล่องยิ่งกว่าศูนย์หน้าดาวยิง 3 ตัวของทีมแมนยูเสียอีก   ทำให้ราคาหุ้นร่วงเร็วลึกไปต่ำสุดช่วงครึ่งเช้าของวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย.51 ที่ 737 จุด

และเมื่อม๊อบเคลื่อนขบวนในช่วงบ่ายวันที่ 20 มิ.ย.ไปหน้าทำเนียบรัฐบาลตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า สิ่งที่นักลงทุนวิตกกลับไม่เกิดขึ้น คือไม่มีปะทะกับตำรวจและม๊อบฝ่ายตรงข้าม ไม่ชุลมุนไม่จลาจลไม่นองเลือด หุ้นก็พลิก Rebound กลับจากรวดเร็วมาที่ 768 จุดในเย็นวันนั้น และ 774 จุดเมื่อวานนี้

คำถามที่ผมได้รับจากเพื่อนๆ หรือจากนักลงทุนมีเยอะแยะไปหมด เช่น การเมืองจะเป็นอย่างไร จะลงลึกอีกมั้ย   ต่างชาติจะขายอีกหรือเปล่า    LTF   ซื้อได้หรือยัง   ดอกเบี้ยจะขึ้นไหม

ผมจะพยายามรวบยอดข้อมูลเท่าที่ติดตามมาตลอด  รวมทั้งได้รับบทวิจัยจากหลายสำนักวิจัยสมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์ฯ ทุกวัน และขอให้ความเห็นเป็นแนวทางผู้อ่านดังนี้ครับ
 
•   การเมืองจะเป็นอย่างไร เรียนตามตรงว่า ทายยากมาก  แต่ดูจากแนวคิด ความมุ่งมั่นและเหตุผลสำคัญของแต่ละฝ่าย ผมขอเลือกทายว่า  ม๊อบพันธมิตรจะมุ่งมั่นต่อไป แต่น่าจะมีโอกาสน้อยที่จะเกิดเหตุรุนแรงภายในช่วงเวลาใกล้ๆ นี้ ส่วนระยะไกลๆ ขึ้นกับประเด็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่จะเป็นกระแสมีหรือไม่ ดังนั้น สมควรแล้วที่หุ้นจะสูงกว่า 740 จุด ของวันก่อนเคลื่อนทัพ แต่หากไม่มีปัจจัยเสริมด้านภาวะเศรษฐกิจไทยและของโลก  ดัชนีจะได้เต็มที่ไม่เกิน 780-800 จุด ในช่วง 5-10 วันนี้ (แต่ไม่ใช่เป้าหมายสิ้นปีนะครับ)
 
  •   จะลงอีกมั้ย  ผมคิดว่าโอกาสเขย่าขึ้นลงมีบ้างจากเหตุการณ์ภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะวันที่ 2 ก.ค.หลังประกาศ CPI (ไม่เกี่ยวกับดวงดาวเลื่อนลัคนาแบบที่คุณทักษิณกล่าว), หรือจากความวิตกภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ (ซึ่งเชื่อมโยงถึงของโลกบางส่วน)  แต่ถ้าไม่เกิดเหตุการเมืองวิกฤต หรือตลาดโลกร่วงวินาศสันตะโร  ดัชนีหุ้นไทยก็น่าจะยืนเหนือ 730 จุดได้  อาจจะเคลื่อนในกรอบ 760-800 จุด เป็นส่วนใหญ่
  
 •   ต่างชาติจะขายอีกหรือเปล่า ผมคิดว่าเตรียมใจไว้ก่อนว่าเขาคงขายอีกสักพัก จนกว่าจะเกิดจุดพลิกผันคลายวิตกจากปัจจัยลบสำคัญสัก 2 ข้อจาก 4 ข้อ คือ เรื่องเงินเฟ้อสูง เรื่องค่าเงินบาทกำลังอ่อนค่า เรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยจะขึ้นในประมาณช่วง ต.ค.    เรื่องการเมืองไทยยังตึงเครียด
  
 •   ถ้าต่างชาติยังไม่ซื้อ หุ้นจะขึ้นได้ไหม ขอตอบว่าแม้มีโอกาสน้อย แต่ก็มีโอกาสขึ้นได้ในบางสถานการณ์หากสถาบันไทยเดินหน้าซื้อสะสมเหมือนช่วง 4-5 วันก่อน หรือบางช่วงเช่น   ไตรมาส 4 ปี 46 ที่ต่างชาติขาย แต่สถาบันไทยซื้อ  ผลคือหุ้นไทยขึ้นหลายร้อยจุด แนะนำให้ดูสถาบันไทยด้วย
  
 •   ซื้อ LTF ได้หรือยัง ด้วยเหตุผลที่หุ้นตกมา 140 จุด  เมื่อพฤหัสก่อน และ P/E ของกำไรปี 51 จะเหลือประมาณ 11 เท่า รวมทั้งการลงทุนซื้อ LTF จะไปประหยัดภาษีได้   ถ้าฐานภาษีคุณผู้อ่านถึง 20% ผมว่าน่าสนใจมากที่จะซื้อ LTF
  
 •   น่าซื้อหุ้นหรือยัง เหตุผลเดียวกับเรื่อง LTF ยกเว้นประหยัดภาษี คิดว่าถ้ามีหุ้นสัก 60% ของพอร์ต และเก็บกระสุน 40% ช้อนตอนกระเพื่อมน่าจะเป็นแนวที่น่าสนใจครับ
  
 •   ดอกเบี้ยไทยจะขึ้นไหม ถ้าเป็นดอกเบี้ย R/P ผมคาดว่าจะยันกันไว้ที่เดิมอีกสักงวด (16 ก.ค.) แต่งวด 27 ส.ค. ผมหวั่นๆ ว่าจะขึ้นบ้างแล้ว  ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่หิ้วเงินเฟ้อขึ้นมามากมาย  แม้ผมจะเคยเชียร์ให้ใช้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อประคองเศรษฐกิจ  แต่ด้วยความที่ อัตราดอกเบี้ยขึ้นจะมีผลให้ค่าเงินแข็งขึ้นบ้างจะเป็นตัวช่วยบรรเทาราคาน้ำมัน ที่ช่วง 5 เดือนหลังมานี้ขึ้นแรงมากๆ

อย่างไรก็ตาม ธ.พาณิชย์เขาไม่รอแบงค์ชาติแล้ว  และมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีกใน 1-2 เดือนข้างหน้าครับ สัก 0.25% ถ้าไม่ขึ้นรุนแรงกว่าคาด  ก็ไม่ถือเป็นข่าร้ายครับ  เพราะคาดๆ ไว้แล้ว


พบกันใหม่ในอีก 2 ศุกร์หรือ 3 ศุกร์ข้างหน้านะครับ

Posted by sombat at 9:02 AM in ฟิตเนสการลงทุน

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: อรรถทวี at Fri, 27 Jun 12:44 PM

จริงๆเลยครับ ตอนนี้ factor ที่กระทบมันเยอะไปหมด ตลาดเลยมีสภาพแบบนี้ ผมก็กำลังวางแผนทำอะไร เช่น เปลี่ยนแปลง port เรื่อยๆครับ อาจารย์สมบัติมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนแบบอื่นๆไหมครับ ผมจะคอยมาดูเรื่อยๆครับ

Comment: ลดา at Fri, 27 Jun 12:52 PM

ตอนนี้ติดหุ้นอยู่หลายตัวเลย สงสัยคงต้องรอต่างชาติไปก่อน ไม่อยาก cut loss แถมเงินเฟ้อมากๆเลย อยากให้ถึง 927 เร็วๆ สาธุ

Comment: สมบัติ นราวุฒิชัย at Fri, 27 Jun 3:35 PM

นอกจากหุ้น และLTF ถ้าเป็นอย่างอื่น ผมเองสนใจกองทุนทองคำ ครับ ภายใต้ความเชื่อว่า ภาวะเงินเฟ้อโลกจะขึ้นไปอีก หลังจากราคาพลังงานขึ้นไปเรื่อยๆมานาน แต่ทองคำยังไม่ค่อยขยับ และเงินบาทก็อยู่ในช่วงอ่อนค่ากลับคืน หลังจากเคยแข็งมานาน ต่อเนื่อง2ปีกว่า จาก 41บาทเป็น31ตอนนี้33.50 การจะไป 34-35 ตามเทคนิคจึงเป็นไปได้ครับ

Comment: มีโอ at Sat, 28 Jun 6:07 PM

อยากทราบภาวะเงินเฟ้อที่เป็นอยู่7.6%เดือนพค.51 จะส่งผลกระทบกับภาวะตลาดอย่างไร มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกไหมและกินระยะเวลานานไหมคะ

และอีกคำถามคือ อนาคตจะมีนวตกรรมทางการเงินใหม่ เช่น future ของหุ้นแต่ละตัวไหมคะแล้วจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น หันไปลงทุนกับ futureหุ้น เช่น มีหุ้น bbl ก็จะมี bbl-future

Comment: นัททิว at Sat, 28 Jun 6:10 PM

ตลาดจะทำ low กว่ารอบนี้ไหมคะ 737

Comment: ทอง40 at Sat, 28 Jun 6:19 PM

หุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนใหญ่จะขึ้นตามภาวะน้ำมันดิบ อยากให้อาจารย์สมบัติ ช่วยอธิบายกลุ่มโรงกลั่น เช่น top เมื่อก่อน น้ำมันดิบ 60เหรียญ top ขึ้นไป 60 ..พอน้ำมันดิบอยู่ที่80 เหรียญ topก็ขึ้นไปที่80 บาท แต่ปัจจุบันน้ำมันดิบที่140 top ทำไมอยู่แค่53 บาทคะ ขอบคุณคะ

Comment: เหมียว at Mon, 30 Jun 11:41 AM

จะทนไม่ไหวแล้วครับ ซื้อตั้งแต่หลุด800 ลงมา ตอนนี้ 80%ของพอร์ตแล้ว ตอนนี้ไม่ค่อยกล้าดูหุ้นเลย มูลค่าลดลงอยุ่เรื่อยๆ ไม่รู้จะทำมาหากินอะไรแล้วตอนนี้ว่างงานด้วย
อีก20%ที่เหลือก็ไม่กล้าซื้อแล้ว ได้แต่รอๆๆๆๆๆ มีแต่ทรงกับทรุด ขอกำลังใจด้วย จะไม่ไหวแล้วครับ

Comment: ณถลาง at Wed, 2 Jul 10:15 AM

555 ไม่ได้ดู port มาระยะนึงเหมือนกันครับ กลัวใจตัวเอง คุณสมบัติมีวิธีการยังไงกับสถาณการณ์แบบนี้บ้างครับ ผมว่าคุณสมบัติคงเจอกับสภาวะแบบนี้มาหลายครั้งในชีวิตตลาดหุ้น ขอคำแนะนำด้วยครับ
ปล จะคอยมาอ่าน blog ครับ

Comment: เกษม at Thu, 3 Jul 4:06 PM

แวะมาให้กำลังใจครับ จะรอติดตามผลงานน่ะครับอาจารย์

Comment: ต้องการข้อมูลค่ะ at Mon, 14 Jul 3:25 PM

สวัสดีค่ะ...คุณสมบัติ นราวุฒิชัย

ดิฉันเป็นลูกศิษย์ท่าอาจารย์ชัยยุทธ ชิโนกลุ

ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ซึ่งท่านอาจารย์ต้องการเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของคุณสมบัติน่ะค่ะ

ถ้ายังไงกรุณาฝากเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่อีเมลล์ kratik009@hotmail.com ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

Comment: สุภาพ at Tue, 15 Jul 10:41 AM

อาจารย์สมบัติสบายดีน่ะครับ แวะมาอ่านและเป็นกำลังใจเฉยๆครับ

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« June »
SunMonTueWedThuFriSat
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930