Friday, 25 April 2008

สลับหน้าล่ากำไร

« ดู CG หนีความเสี่ยง | Main | ดอกเบี้ยไทยคงไม่ลดแล้ว »

ในโลกของการใช้เงินมาลงทุนนั้น  มีเทคนิค  แม่ไม้  และลูกไม้ในการวางกลยุทธ์การลงทุนและการเก็งกำไรอยู่มากมาย สาธยายกันได้นานเป็นเดือนๆ  เลยครับ

วันนี้  ผมจะพูดถึงการ “สลับหน้าล่ากำไร”  ซึ่งผมหมายถึง  การย้ายเงินจากการลงทุนในตราสารคนละเผ่าพันธุ์ หรือสำหรับพวกนักลงทุนระดับโลกก็ถึงขั้นการย้ายเงินข้ามประเทศ

ขอขยายความเรื่อง  ช่องทางลงทุนที่จะย้ายเงินสลับหน้าไปล่ากำไร คือ จะลงเงินในหุ้น หรือในตลาดพันธบัตร หรือถือเงินสด (เงินฝากออมทรัพย์) หรือฝากประจำหรือเล่นทอง  เล่นน้ำมันในตลาดล่วงหน้า (เมืองไทยยังไม่มีให้เล่น) สินค้าคอมโมดิตี้ส์อื่นๆ เป็นต้น

นอกจากนั้น ถ้าตีวงแคบลงมาหน่อย  สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเราก็อาจสลับหน้าของหุ้นที่เราเลือกลงทุน (หรือเก็งกำไรก็ตาม)  ตามแต่ผลการวิเคราะห์คาดการณ์อนาคตว่า  ตัวไหนจะดีกว่ากัน (ซึ่งต้องวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจ  การเมืองก็เป็นเรื่องที่สำคัญในบ้านเรา  วิเคราะห์ข้อมูลของอุตสาหกรรม  แล้วลงเจาะเฉพาะตัวหุ้น  รวมถึงจะครบถ้วนถ้าได้วิเคราะห์กราฟทางเทคนิค  ให้รู้แนวรับ  แนวต้านสำคัญๆ)  บางช่วงนักลงทุนไทยก็สนใจเล่นหุ้นพลังงาน  บางช่วงก็เฮเข้าหุ้นธนาคาร  บางจังหวะโดดเข้าหุ้นผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย   แต่กรณีที่บางคนเฮเข้าไปที่หุ้นปั่นเก็งกำไรไร้บทวิจัยทางธุรกิจมาสนับสนุนนั้น   ผมไม่อยากนับอยู่ในเทคนิคการสลับหน้าล่ากำไร ในความหมายของผม   เพราะส่วนใหญ่การสลับเข้าหุ้นปั่นเก็งกำไรมักจะหามออกมาตอนจบอยู่เสมอ

ผมจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมา   บรรยากาศความวิตกผลกระทบจากวิกฤตซับไพร์มสหรัฐ  ที่ทำให้สถาบันการเงินใหญ่ๆ  ของโลกแข้งขาสั่นจากผลเสียหายที่เกินคาด   และยังต้องเผชิญปัญหาเครดิตตึงตัวอีก   ขณะที่คาดกันว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอลงอย่างหนัก   แต่มีผลจูงใจให้ Fed  ต้องลดดอกเบี้ยลงต่อไปอีกมาก   ขณะที่บางประเทศจะลดดอกเบี้ยตามสหรัฐบางส่วน  เช่น ไทย เป็นต้น

เหตุการณ์ที่ว่า  มีผลให้นักลงทุนสลับหน้า  จากหุ้นไปพันธบัตรและคอมโมดิตี้ส์  มีผลให้ราคาหุ้นจูงกันลงทั้งโลก 

ส่วนในด้านค่าเงิน  กระแสเก็งกำไรก็สลับออกจากดอลล่าร์ไปหาสกุลอื่นๆ ส่งผลให้ดอลล่าร์อ่อนเมื่อเทียบกับสกุลต่างๆ อย่างมาก

ตัวอย่างข้างต้นเป็นกรณีการย้ายข้ามเผ่าพันธุ์ของแหล่งลงทุนต่างๆ

ส่วนกรณีการย้ายสลับหน้าจากหุ้นหนึ่งไปอีกหุ้นหนึ่งนั้น  ก็ขึ้นกับประเด็นกระแสเหตุการณ์ข่าวสารการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ที่ท่านผู้อ่านต้องติดตามข่าวสารเศรษฐกิจให้ดีก็จะเห็นทิศทางได้  รวมทั้งดูระดับราคาหุ้นว่าถูกหรือแพงแค่ไหนเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจัยพื้นฐาน

ตัวอย่างการสลับหน้าหุ้นในบ้านเรานั้น   ช่วงที่หุ้นไทย Rebound  ขึ้นมาจากปลาย ม.ค.51 ถึงต้นเม.ย.นั้น   ช่วงแรกๆ นักลงทุนเฮกันเข้าที่หุ้นอสังหาริมทรัพย์มากเป็นพิเศษ  ตามประเด็นหลักว่าอัตราดอกเบี้ยกำลังจะลดลง  บวกกับมาตรการภาษีส่งเสริมภาคที่อยู่อาศัย  ขณะที่หุ้นธนาคารก็วิ่งกวดตามมาติดๆ จะเห็นได้ว่าหุ้นพลังงานมีบ้านปูที่วิ่งแรง   แต่กลุ่ม ปตท. แม่และลูกๆ อืดอาดวิ่งช้ากว่าเยอะ  ยิ่งเมื่อเทียบกับราคาตอนปลายปีก่อน  ก็ยังห่างกันไกลทีเดียว 

หุ้นอสังหาวิ่งกลับไปจนเกินราคาพีคของ พ.ย.50 ได้ก่อนใครตั้งแต่ ก.พ.-ต้น มี.ค. แล้วจึงสลับหน้ามาที่หุ้นหมวดธนาคารวิ่งต่อไปต้น เม.ย. เพื่อดักข่าวผลประกอบการไตรมาส 1 ดัชนีแตะใกล้พีคของ พ.ย. 50 ได้เมื่อกลาง เม.ย.

เมื่อราคาธนาคารไกลได้ถึงพีคเก่า (ค่าดัชนีหมวด) นักลงทุนหลายคนก็จึงนึกถึงกลยุทธ์สลับหน้ามาที่ก๊กของ ปตท. แม่และลูก เมื่อ11 เม.ย.นี่เอง ทั้งที่ราคาน้ำมันและค่าการกลั่นน้ำมันขึ้นไปก่อนตั้งนานแล้ว และนักวิเคราะห์ก็ให้มูลค่าปัจจัยพื้นฐานไว้สูง

เล่ามาถึงตรงนี้  คงพอได้เห็นถึงกรณีตัวอย่างการสลับหน้าล่ากำไรแล้ว   แต่อย่าลืมนะครับว่า  เวลาจะสลับหน้า ต้องค้นหาประเด็นและข้อมูลปัจจัยพื้นฐานของหุ้นด้วยว่าดึงดูดให้คนอื่นเขาสลับหน้ามาพร้อมกับเราหรือเปล่า  ขืนไปคนเดียวจะเหงานานครับ

Posted by sombat at 9:23 AM in ฟิตเนสการลงทุน

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: Prapas at Sat, 26 Apr 7:22 AM

ช่วงการเมืองไม่นิ่งต้องสลับไปต่างประเทศดีกว่าใหมครับอาจารย์ เพราะจากนี้ถึงกันยายนสงสัยจะไม่ค่อยดี

Comment: จักรกริช at Tue, 29 Jul 11:59 AM

ลงทุนต่างประเทศดีกว่า ทำกำไรทุกวัน มีสินค้าให้เลื่อกมากมาย
เช่น น้ำมัน ตลาดหุ้นใต้หวั่น ญี่ปุ่น สิงค์โปร ฮ่องกง เงินยูไร

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« April »
SunMonTueWedThuFriSat
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930