Friday, 4 April 2008
ดู CG หนีความเสี่ยง
« สุดแรงบวกจากการเมือง...จับตาปัจจัยเสี่ยง | Main | สลับหน้าล่ากำไร »วานนี้ผมได้เข้าร่วมฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหาร กลต. และผู้บริหารสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการไทย (IOD) พร้อมๆ กับนักวิเคราะห์และตัวแทนของ บล.หลายสิบคน ในเรื่องที่ กลต. มีความตั้งใจอยากผลักดันให้นำข้อมูล CG Rating ไปใช้ประโยชน์ โดยมีสมาคม บล.เป็นผู้ประสานจัดงานชี้แจง
CG หรือชื่อเต็ม Corporate Governance และมีชื่อเป็นไทยว่า การกำกับดูแลกิจการ หรือ บรรษัทภิบาลนั้น เป็นศัพท์ที่คุณผู้อ่านคงจะคุ้นๆ ได้พบเห็นอยู่บ้างในระยะ 7-8 ปีมานี้
CG ที่ดีจะมีความสำคัญต่อกิจการ โดยจะทำให้การบริหารกิจการมีประสิทธิภาพ มีความเจริญก้าวหน้าแบบยั่งยืนและมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ง่าย ทำให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความมั่นใจได้
องค์กรต่างๆ ในประเทศเรา มีความตื่นตัวสนใจ และกระตุ้นความสนใจของคนในสังคมให้รู้จักและสนใจเรื่องของ CG กันอย่างจริงจัง ในระดับชาติ เรามีคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ ในระดับองค์กรหลัก ตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็มีสายงานกำกับองค์กรและส่งเสริมบรรษัทภิบาล ที่มีคุณสุทธิชัย จิตรวาณิช เป็นผู้ดูแล
ในระดับบริษัทจดทะเบียนเอง ผมก็สัมผัสได้ว่า มีความสนใจที่จะรู้หลักการและหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการยอมรับว่ามี CG ที่ดีกันอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บริษัทใหญ่ๆ ของประเทศที่สนใจมาตั้งนานแล้ว แต่ผมหมายถึงบริษัทที่เล็กๆ ทั้งหลาย ในช่วง 2-3 เดือนมานี้ที่ผมได้ร่วมกับทีมงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปพบปะทำความรู้จักและถามไถ่ทุกข์สุขของทาง บจ.ขนาดเล็กหลายบริษัท เรื่องหนึ่งที่ทาง บจ.พูดถึงคือ หลักการของ CG รวมถึงการเตรียมการทำรายงานเกี่ยวกับ CG ของบริษัท
เมื่อวานนี้ในห้องประชุมทาง IOD เล่าให้ฟังว่า โครงการประเมิน “การกำกับดูแลกิจการ” ในไทยนั้น เริ่มครั้งแรกตั้งแต่ปี 44 โดยทาง IOD เป็นแกนในการดำเนินการ ส่วนทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และ กลต. เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินและข้อมูล มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากหลายองค์กรเข้าร่วมประเมิน
ช่วงปีแรกประเมินได้ 133 บริษัท และก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปี 49 ประเมินได้ถึง 402 บริษัท ปี 50 เว้นวรรคไม่ได้ทำการประเมิน ส่วนปี 51 นี้จะประเมิน 481 บริษัท
IOD ชี้แจงว่า การประเมินที่ว่านี้ จะใช้วิธีดูจากเอกสารข้อมูลของบริษัทนั้นๆ ที่บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ เช่น รายงานประจำปี, แบบ 56-1, หนังสือนัดประชุม, ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และ กลต. เป็นต้น โดยไม่ได้ประเมินการปฏิบัติและไม่ได้ประเมินจากการสำรวจความคิดเห็น
ผลการประเมินเมื่อปี 49 นั้น มี 9 บริษัทที่ได้รับคะแนนดีเลิศ ซึ่งผมเรียกเล่นๆ ว่าได้ 5 ดาว ถัดมามี 62 บริษัทได้ดีมาก 4 ดาว และมี 145 บริษัทที่ได้ดีเฉยๆ หรือ 3 ดาว ทาง IOD เปิดเผยรายชื่อได้เฉพาะพวกที่ได้ 3 ดาวขึ้นไป ยกเว้น บจ. รายสองรายที่ขอไม่ให้เปิดเผยว่าเขาได้กี่ดาว
ผมเองมีความเชื่อและสังเกตมาอย่างต่อเนื่องพบว่า บรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด จะระมัดระวังไม่ไปนำหุ้นที่กิจการไม่ดี หรือมีผู้บริหาร, กรรมการ, ผู้ถือหุ้นใหญ่มีพฤติกรรมไม่น่าเชื่อถือมาแนะนำให้นักลงทุนเข้าไปลงทุน ซึ่งแนวทางที่ว่านี้ ก็คือแนวทางของ CG นั่นเอง แต่นักวิเคราะห์อาจจะไม่ได้เขียนบอกออกมาอย่างจะแจ้งว่ารายนี้ CG ไม่ดี เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้แบบคณิตศาสตร์ จึงอาจโดนฟ้องร้องเอาได้
บริษัทที่ผมไม่เห็นอยู่ในกลุ่ม 3 ดาวขึ้นไป ผมลองนึกถึงชื่อหุ้นสุดหวือหวาสะท้านยุทธภพหลายบริษัท ผมพบว่า นักวิเคราะห์ไม่ได้วิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานเลย โดยคุณผู้อ่านเข้าไปดูได้ใน SAA Consensus ที่สมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์เกือบ 30 สำนักร่วมกันส่งข้อมูลมารวมกัน ดูได้ใน www.settrade.com หรือผ่าน www.saa-thai.org ของสมาคมฯ ก็ได้
ขณะที่หุ้นหวือหวาอีกตัวที่ไม่ได้รับ 3 ดาวขึ้นไปมีคนวิเคราะห์ไว้ 1 รายเท่านั้น
และเมื่อผมลองดูชื่อหุ้นที่ได้รับดาวสูงสุด 5 ดาวมี 9 ชื่อ เช่น BANPU BBL BCP KBANK KTB PTT PTTEP RATCH SCB มีสำนักวิจัยส่งข้อมูลวิเคราะห์เข้ามาใน SAA Consensus อย่างล้นหลาม เกือบทุกหุ้นในกลุ่ม 5 ดาว มีผู้วิเคราะห์ส่งข้อมูลมา 21-26 สำนัก มีหุ้นเดียวที่ส่งมาน้อยกว่า 21 แต่ก็มากพอสมควรคือ 12 สำนัก
ส่วนหุ้นที่มีดาวลดหลั่นกันลงมานั้น ผมดูคร่าวๆ (ไม่ได้เข้าไปคลิ๊กดูทั้งหมดเพราะมีเยอะมาก) จำนวนสำนักวิจัยที่ส่งข้อมูลก็ดูน้อยกว่ากลุ่ม 5 ดาว โดยเฉพาะกลุ่มที่น้อยกว่า 3 ดาวหลายชื่อ ก็ไม่มีผู้ส่งตัวเลขวิเคราะห์มาเลย อย่างไรก็ตาม ต้องออกตัวให้ บจ. บางรายที่ไม่มีนักวิเคราะห์เขียนนั้น อาจเป็นกรณีที่ได้ 3 ดาว แต่หุ้นไม่มีสภาพคล่องซื้อขายก็ได้)
ว่ากันว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ผมเห็นการกระทำเลือกหุ้นมาเขียนวิเคราะห์ทางปัจจัยพื้นฐานของนักวิเคราะห์สอดคล้องกับแนวทางการมี CG ที่ดี ก็สบายใจ โดยที่เขาไม่ได้พูด (เขียนลงไป) ว่าเขาประเมิน CG บริษัทแต่ละรายไว้เท่าไร
แล้วท่านนักลงทุนละครับ กระทำการโดยประเมิน CG ของบริษัทก่อนที่ท่านเข้าไปไล่ซื้อขายหรือเปล่าครับ
[Trackback URL for this entry]

บทความนี้ดีมากคะ ส่งเสริมให้การวิเคราะห์มี CG ที่ดี