Friday, 15 August 2008

กระแสซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock)

« เฉลี่ยต้นทุนต่างชาติ 650 หรือ 620 | Main | การเมือง เรื่องเครียดที่สุด »

เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ตอนที่ SET Index ลงไปกองอยู่ที่ 664 จุด คุณๆ  ผู้อ่านคงได้เห็นข่าวที่คุณภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จุดประกายความคิดให้บริษัทจดทะเบียนเตรียมซื้อหุ้นตัวเองคืน   เนื่องจากราคาหุ้นต่างๆ เกือบทั้งกระดานได้ถลาไถลลงไกลกว่าระดับมูลค่าทางปัจจัยพื้นฐานที่สำนักวิจัยต่างๆ ประเมินไว้อย่างมากมายหลายสิบเปอร์เซนต์  โดยบริษัทที่จะดำเนินการซื้อหุ้นคืนได้นั้น  ก็ต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น มีกำไรสะสม มีสภาพคล่องการเงินพอ ชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดใน 6 เดือนข้างหน้าได้ เป็นต้น

จากนั้นมาอีก 2 สัปดาห์ ประเด็นความน่าซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนก็เกรียวกราวขึ้นไปอีก  เมื่อยักษ์ใหญ่สุดในธุรกิจพลังงานและใหญ่สุดในตลาดหุ้นอย่าง ปตท. ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า ปตท.เองก็อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการซื้อหุ้นคืน ในช่วงเวลาที่หุ้น ปตท. ลงลึกไปแถวๆ 246 บาท  (แต่การพิจารณาที่ว่านั้นยังไม่เป็นข้อสรุปนะครับว่าทาง ปตท. จะซื้อหุ้นคืนแน่ๆ....)  ขณะที่ผมลองดูข้อมูล SAA Consensus ที่สำนักวิจัยต่างๆ ส่งมาให้ ประเมินค่าหุ้น ปตท.ได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 400 กว่าบาท  และคาดการณ์ว่าราคา ปตท. แถวๆ 250 นั้น คิดเป็น P/E (ใช้ EPS คาดการณ์ ปี 51) เพียง 7 เท่ากว่าๆ  ประเด็นความสนใจเรื่องซื้อหุ้นคืนจึงเริ่มจะเป็นกระแสขึ้นมาพอสมควร

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงว่า บจ.และนักวิเคราะห์ (อาจรวมถึงนักลงทุนด้วย) สนใจเรื่องการซื้อหุ้นคืนนั้น เห็นได้จากการจัดสัมมนาเรื่องนี้ขึ้น โดยทางตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้สมาคมบริษัทจดทะเบียนร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จัดขึ้นที่ ชั้น 11 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีวิทยากรจาก บล.ทิสโก้ และมีทีม ตลท. เข้าร่วมนั่งแถวหน้าช่วยตอบคำถาม โดยจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดคร่อมหน้าและหลัง หรือวันฟันหลอนี่แหละ   ผมเองก็หวั่นๆ ว่าที่นั่งจะเหลือบานหรือเปล่า  แต่เอาเข้าจริงที่นั่ง 130 ที่ ไม่พอครับ ต้องเสริมไปอีกห้องด้วยซ้ำ  และมีตัวแทน บจ.กว่า 100 คน ร่วมกับนักวิเคราะห์อีกหลายสิบคนนั่งกันแน่นไปหมด    และมีคำถามซักถามวิทยากรกันอุตลุดสนุกสนานทีเดียว  ผมเองที่ร่วมทำหน้าที่ดำเนินการเสวนาในช่วงที่ 2 ก็เลยสบาย เพราะผู้ร่วมซักถามในห้องสัมมนามีเยอะมาก  กระแสที่ผมเห็นกับตานี้ พร้อมทั้งหยิบรายชื่อ บจ. ที่เข้าร่วมสัมมนามาดูแล้ว   ฟันธงได้เลยว่า มี บจ. ที่สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง และอาจมาดำเนินการจริงๆ เยอะมาก หากหุ้นยังอยู่ในราคาต่ำๆ แบบนี้

ล่าสุดวันพุธที่ 13 ส.ค. บริษัทใหญ่  อีกรายที่มีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดประมาณ 28,500 ล้านบาท อย่าง CPF ก็ประกาศว่าจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท งานนี้คุณๆ  ผู้อ่านและ บจ. ที่ยังไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาพิจารณา คงต้องขยับมาดูใกล้ๆ แล้วครับ

ผมขอสรุปประเด็นสำคัญๆ เกี่ยวกับเรื่อง การซื้อหุ้นคืนให้คุณผู้อ่านรู้พอเป็นข้อมูล ดังนี้ครับ

•  โครงการนี้เริ่มต้นครั้งแรกในไทย เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมา เห็นวิทยากรของทิสโก้บอกว่า มี บจ.ที่ดำเนินการไปประมาณ 39 ราย

เท่าที่ผมลองค้นชื่อ บจ. ที่เคยขอดำเนินการซื้อหุ้นคืนในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา ได้แก่ EGCO, GENCO, BT, ZMICO, MBK, SCCC (ปูนกลาง, ทำไป 2 ครั้ง), SE-ED, PSL เป็นต้น

•  วัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนมี 2 ประเภท  ประเภทแรก คือ การขอซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ซึ่งกรณีนี้เป็นการซื้อคืนเพื่อลดข้อขัดแย้ง  แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ ROE หรือมูลค่าของกิจการสูงขึ้นก็ได้

ประเภทที่สอง คือ ประเด็นที่กำลังเป็นข่าวเกรียวกราว คือ การซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน เนื่องจากเห็นว่า ราคาหุ้นตกต่ำจนสุดจะคุ้มค่า ประกอบกับบริษัทมีกำไรสะสม และมีสภาพคล่องส่วนเกิน (ตามกฎกระทรวง อธิบายว่า สามารถชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า)

ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ ต่อไปนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะประเภทที่สอง คือ เพื่อบริหารทางการเงิน

•  บจ.ที่ควรจะสนใจเข้าซื้อหุ้นคืนนั้น  ผมคิดว่า น่าจะต้องมีระดับหนี้สินต่อทุนที่ต่ำด้วย เช่น 1 เท่า หรือ ไม่ถึง 1 เท่า  แต่ถ้าเป็นพวกที่หนี้สินต่อทุนปาเข้าไป 3-5 เท่า แม้ดูหนี้สินที่ครบกำหนด 6 เดือนข้างหน้าแล้วยังจ่ายได้ แต่ผมคิดว่า เสี่ยงเกินเหตุ  นอกจากนั้น  ควรจะเห็นได้ว่า  ราคาที่ซื้อคืนควรจะดูเป็น P/E ที่ต่ำ เช่น 12 เท่า 10 เท่า หรือ น้อยกว่านั้น ยิ่ง 5 เท่ายิ่งดี เพราะเงินที่ซื้อคืนหุ้นนั้น ก็มีต้นทุนอยู่ระดับหนึ่ง หากไม่ซื้อคืนหุ้น ก็อาจนำไปลดหนี้ ต้นทุนการเงินจึงน่าจะตีความที่ประมาณ 7-8% แต่ในระยะยาวอาจจะสูงกว่านี้ก็ได้    อย่างไรก็ตามต้นทุนการเงินหลังภาษีจะต่ำกว่านี้อีก โดยใช้ 0.7 คูณเข้าไป (ถ้าภาษีเท่ากับ 30%)

•  โปรดระวัง กรณีที่บริษัทมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) น้อย เพราะยิ่งซื้อคืนไป Free Float ก็จะลดลง  ตามเกณฑ์ของ ตลท. กำหนดไม่ต่ำกว่า 15% และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 150 ราย

•  มีวิธีซื้อ 2 วิธีคือ เสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป กับการซื้อผ่านกระดานหลัก ซึ่งกรณีหลังจะซื้อได้ไม่เกิน 10% ของหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมด

•  บจ.ต้องแก้ไขข้อบังคับของ บจ. ก่อนให้สามารถซื้อหุ้นคืนได้  โดยให้อำนาจคณะกรรมการมีอำนาจ ถ้าซื้อไม่เกิน 10%

•  ราคาที่เข้าไปซื้อคืนต้องไม่เกิน 115% ของราคาปิดโดยเฉลี่ย 5 วันก่อนวันที่ซื้อ (คำนวณคืบหน้าไปทุกวัน หรือที่เรียกว่า Moving Average)

•  ให้เวลาซื้อคืนในกระดานไม่เกิน 6 เดือน

•  หลังจากหมดเวลาซื้อคืนแล้วนับไปอีก 6 เดือน ก็เป็นช่วงเวลาที่บริษัทจะสามารถขายหุ้นที่ซื้อคืนไว้เหล่านั้นออกไป  และต้องขายภายใน 3 ปี โดยราคาขายต้องไม่ต่ำกว่า 85% ของราคาปิดโดยเฉลี่ย 5 วันก่อนวันที่ขาย  อาจจะขายขาดทุนก็ได้ แต่ผมว่าไม่ควรทำครับ

•  หุ้นที่บริษัทซื้อคืนมา จะไม่นับเป็นองค์ประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น และไม่มีสิทธิออกเสียงรวมทั้งไม่มีสิทธิรับปันผล (แต่ก็หมายถึง บจ.ไม่ต้องจ่ายปันผลให้ตัวเอง)

•  ช่วงที่มีหุ้นซื้อคืนอยู่ในมือ บจ. เองนั้น เวลาคำนวณ EPS จะไม่นับหุ้นในมือตัวเองทำให้ตัวหารน้อยลง ดังนั้น ส่วนใหญ่แล้ว น่าจะทำให้ EPS สูงขึ้น ยกเว้นกรณี บจ. ไปซื้อคืนที่ราคาสูงมาก เช่น P/E ปาเข้าไป 20 กว่าเท่า ต้นทุนทางการเงินอาจจะไม่คุ้ม เพราะกำไรสุทธิน้อยลงจนหารเป็น EPS แล้วไม่เพิ่ม

•  ถ้าครบช่วงเวลา 3 ปี ที่ให้ขายคืน แต่ขายไม่หมด บริษัทต้องไปลดทุนจดทะเบียนลง ซึ่งประเด็นนี้ บจ. ต้องประเมินใจไว้ล่วงหน้าหน่อย เพราะถ้าต้องลดทุนลงมา อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ( D /E) ก็จะสูงขึ้น และอาจจะต้องเช็คกับเจ้าหนี้เงินกู้ของท่านไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนว่า ขัดข้องหรือไม่

เท่าที่ผมสรุปรวมทั้งให้ความเห็นเพิ่มเติมไป คงพอให้คุณๆ  ผู้อ่านได้ข้อมูลไปพอสมควร ส่วนบรรดา บจ. ถ้าสนใจสร้างมูลค่าเพิ่มจากการซื้อหุ้นคืนนั้น ผมเห็นเอกสารที่ทาง ตลท. สรุปไว้ดีมากเลย ลองติดต่อกับทาง ตลท. ดูนะครับ

Posted by sombat at 9:25 AM in ฟิตเนสการลงทุน

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: cacwh at Sat, 16 Aug 9:53 AM

ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ครับ

Comment: Guest at Sat, 16 Aug 3:56 PM

จำเป็นหรือไม่ครับที่ผู้บริหารของบริษัทต้องออกมาประกาศผ่านสื่อมวลชนว่าจะซื้อหุ้นตนเองคืน เจตนาจริง ๆ คืออะไรกันแน่ครับ ?

Comment: สมบัติ นราวุฒิชัย at Mon, 18 Aug 5:36 PM

ที่คุณGuest ถามนั้น คงถามถึงเฉพาะกรณีที่ยังไม่ได้ตัดสินใจประกาศซื้ออย่างเป็นทางการแบบที่ CPFเพิ่งประกาศ แต่คำถามคงหมายถึงกรณีที่ผู้บริหารออกมาบอกว่า บริษัทสนใจศึกษาเรื่องซื้อหุ้นคืน โดยยังไม่มีมติของคณะกรรมการออกมาจริงๆ

ผมคิดว่า สามารถบอกกล่าวเช่นนี้ได้ หากมีความสมเหตุสมผลและเห็นว่าคุ้มค่าในการนำเงินของบริษัทไปซื้อคืนหุ้นของบริษัทเอง และมีคุณสมบัติพร้อมตามที่เขียนบทความข้างบน

ถ้าถามว่าทำไมต้องมาบอกก่อน กรณีนี้ก็คงคล้ายกับการให้ข้อมูลแบบอื่น เช่นพูดถึงธุรกิจ พูดถึงโครงการขยายงาน ก็เพื่อให้นักลงทุนได้ทราบทิศทางของการบริหารงาน กรณี การสนใจซื้อหุ้นคืนถือเป็นการบริหารเงินวิธีหนึ่ง จึงสามารถตอบคำถามของสื่อมวลชนได้ หลักการให้ข้อมูลก็อยู่ที่ว่า เป็นการให้ข้อมูลในวงกว้าง ที่นักลงทุนสามารถทราบได้โดยทั่วไป

อย่างไรก็ตามความหมายในด้านหนึ่ง ก็อาจหมายถึงว่า ทางผู้บริหารคงเห็นราคาหุ้น ต่ำจนเหลือเชื่อ และมั่นใจว่าต่ำกว่ามูลค่าเยอะ และดีดลูกคิดแล้ว เห็นว่าราคาถูกจนคุ้มที่บริษัทจะเข้าไปซื้อคืน เช่นเห็นว่า PEแค่10 เท่า หรือ 7 เท่า อย่างนี้เป็นต้นครับ

Comment: Anony... at Tue, 19 Aug 4:32 PM

เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ ตอนนี้นักลงทุนควรให้ความสนใจในเครื่องมือใหม่ๆ หรือข่าวสารใหม่ๆตลอดเวลา เนื่องจากเราต้องกระตือรือร้น จะได้รู้เท่าทันสถานการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของเราเองครับ อยากให้เข้ามาอ่านกันเยอะๆครับ

Comment: สมบัติ นราวุฒิชัย at Fri, 22 Aug 3:13 PM

ท่านที่สนใจเรื่องนี้ เข้าฟังเสวนาฟรี หัวข้อ "ซื้อคืนหุ้น...อาวุธลับsupportหุ้น" วันจันทร์ที่ 25สค.นี้ ที่โถงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารตลาดหลักทรัพย์ ครับ
ผมเป็นวิทยากรร่วมกับ คุณไพบูลย์ นลินทรางกูรและคุณสุรเดช จากทิสโก้ และคุณชายนิด จากพร๊อพเพอร์ตี้เพอร์เฟค(PF)ครับ
พบกันนะครับ

Comment: mba-nida at Thu, 4 Sep 11:24 AM

อยากทราบว่า จะสามารถหารายชื่อบริษัทที่ทำการซื้อหุ้น(Treasury Stock) คืน
ได้จากแหล่งไหนบ้างคะ?

ขอบคุณค่ะ

Comment: สมบัติ นราวุฒิชัย at Fri, 5 Sep 2:27 PM

สามารถดูได้จากตารางการซื้อคืนหุ้นด้านบน ที่ทางTisco ทำถึงปลายเดือน ก.ค.51 และส่งให้ทางสมาคมฯ ซึ่งหลังจากนั้นมีบริษัทที่ซื้อคืนหุ้นเพิ่ม อีกหลายราย เช่น EMC, CPF, SPALI, EASON ,SUSCO ,ZMICO
สามารถดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ครับ

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« August »
SunMonTueWedThuFriSat
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31