Monday, 1 June 2009

หุ้นบ้านจัดสรร

« มาร์ก โมเบียส | Main | กระทิงดุ123 »
 

                ในช่วงนี้นอกจากหุ้นพลังงานและหุ้นสถาบันการเงินที่กำลังวิ่งขึ้นเป็นกระทิงแล้ว  หุ้นอีกกลุ่มหนึ่งที่วิ่งขึ้นไม่น้อยไปกว่ากันก็คือหุ้นของกลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรรซึ่งรวมถึงคอนโดก็วิ่งขึ้นไม่แพ้กัน   ที่สำคัญ หุ้นหลายตัวไม่ใช่หุ้นตัวใหญ่ที่เป็นกลุ่มที่กำลังวิ่งนำตลาดอยู่    ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่สร้างบ้านและคอนโดมิเนียมขายนั้น   เป็นธุรกิจที่  มีเสน่ห์  และเป็นหุ้นที่   ไม่เคยตาย  ในตลาดหุ้นไทย   เพราะคุณสมบัติสำคัญของหุ้นกลุ่มนี้ก็คือ   เวลาที่มันวิ่ง  มันจะขึ้นแรงมาก  ตรงกันข้าม  เวลาที่ลง  มันก็ลงแรงมาก  และไม่ว่าเวลาใด  ปริมาณการซื้อขายมีมาก   เรียกว่ามีสภาพคล่องสูงเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของกิจการ  ดังนั้น  ถ้าจะหาหุ้นเก็งกำไรที่เล่นสนุก  ได้เสียกันเร็วแล้วละก็  นี่เลย!

 

                แต่หุ้นบ้านจัดสรรนี้เป็นหุ้นที่มีความซับซ้อนและการวิเคราะห์ก็ต้องมองแตกต่างไปจากหุ้นของกิจการอื่นพอสมควร   ถ้าคิดแบบธรรมดาเราก็อาจจะวิเคราะห์ผิดได้   ที่สำคัญก็คือ  การดูตัวเลขผลประกอบการนั้น  อาจจะใช้ไม่ได้และกลายเป็นกับดักให้เราเข้าไปติด  และนี่ทำให้การดูค่า  PE สำหรับธุรกิจบ้านจัดสรรนั้น  มีความหมายน้อยกว่ากิจการอย่างอื่นอีกหลาย ๆ  อย่าง

 

          ความแตกต่างหรือแปลกไปจากธุรกิจอื่น ๆ  ที่น่าสนใจเรื่องแรกก็คือ  ตัวเลขผลประกอบการของธุรกิจบ้านจัดสรรที่ เพิ่งประกาศมานั้น   มักจะเป็นผลงานของบริษัทใน อดีตที่ห่างไกล เช่น   กำไรที่เห็นในวันนี้อาจจะเป็นเรื่องของการขายคอนโดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเมื่อ  สองปีที่แล้ว   เหตุผลก็คือ  การรับรู้รายได้ส่วนใหญ่นั้น   เพิ่งจะมาทำกันตอนคอนโดสร้างเสร็จและโอนกันเรียบร้อยหลังจากการสร้างเสร็จซึ่งใช้เวลาสองปี   ดังนั้น  เมื่อเราเห็นกำไรที่งดงามในวันนี้  ก็อย่าเพิ่งดีใจ  เพราะการซื้อหุ้นนั้นหรือราคาหุ้นที่จะไปนั้นอยู่ที่ผลประกอบการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ไม่ใช่ผลประกอบการในอดีต

 

                สิ่งที่ช่วยพิสูจน์หรือยืนยันในเรื่องของผลประกอบการของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็คือ   ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มนี้ในไตรมาศแรกที่ผ่านมา    นั่นก็คือ  ในขณะที่เศรษฐกิจในไตรมาศแรกของปีนี้ตกต่ำที่สุดคือลบลงมาถึง  7%  ซึ่งทำให้ผลประกอบการรวมของบริษัทจดทะเบียนลดลงถึงเกือบ 50%  จากปีก่อน    แต่ผลประกอบการของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยตรรกะแล้วควรที่จะถูกกระทบมากกว่าธุรกิจอื่นเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงมากและผู้คนมักจะไม่อยากลงทุนซื้อในยามที่มีความไม่แน่นอนของการจ้างงาน  กลับมีผลกำไร  เท่าเดิมโดยที่หลายบริษัทมีผลกำไรมากกว่าเดิมมาก    ดังนั้น  ข้อสรุปของเรื่องนี้ก็คือ  เวลาวิเคราะห์ดูพื้นฐานของกิจการบ้านจัดสรร  อย่าเพิ่งใช้ตัวเลขกำไรในไตรมาศหรือแม้แต่ปีที่ผ่านมาเป็นตัวอ้างอิง

 

                กิจการพัฒนาบ้านจัดสรรขายนั้น   เป็นกิจการที่ต้อง  เริ่มต้นใหม่ทุกปี  นั่นคือ  มันเป็นธุรกิจที่ต้องหาลูกค้าใหม่เกือบทั้งหมด   ลูกค้า  ขาประจำ  ที่จะกลับมาซื้อซ้ำนั้นแทบไม่มีเพราะบ้านนั้น   เวลาซื้อแล้ว   ส่วนใหญ่ก็ไม่ซื้ออีกในชีวิตนี้    ดังนั้น   การที่จะคาดหวังยอดขายและรายได้ในแต่ละปีก็มักจะทำได้ยาก   การสร้างความภักดีในยี่ห้อหรือตัวสินค้าก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องอะไร   เหนือสิ่งอื่นใด   ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อบ้านนั้น  เขามักจะเลือกที่ทำเลเป็นหลัก   ส่วนเรื่องอื่น ๆ  นั้นเป็นตัวประกอบ  ดังนั้น  การต่อสู้กันของผู้ประกอบการจึงอยู่ที่ทำเลซึ่งไม่มีใครได้เปรียบใครเนื่องจากทุกคนสามารถหาซื้อที่ดินที่ไหนก็ได้

 

                ว่าที่จริง  การทำธุรกิจบ้านจัดสรรนั้น  บริษัทจำนวนมากแทบจะไม่ได้มีคนหรือหน่วยงานมากมายในการดำเนินงานเลย   ยกเว้นเรื่องของที่ดินที่บริษัทต้องซื้อเองและการดูแลงานปฏิบัติการของบริษัทซึ่งก็ไม่ต้องใช้คนมากมายอะไรแล้ว   บริษัทสามารถจ้างคนออกแบบบ้านหรือคอนโดให้หรูหราอย่างไรก็ได้โดยสถาปนิกชื่อดัง   บริษัทสามารถจ้างบริษัทอื่นในการขายของโครงการหรือถ้าขายเองก็จ้างคนอื่นในการทำโฆษณา   ขายได้แล้วบริษัทก็มักจะจ้างบริษัทอื่นเป็นคนสร้าง   สรุปแล้ว  การเป็นบริษัททำโครงการจัดสรรนั้นดูเหมือนไม่ใช่เรื่องยาก   บางทีขอให้มีทำเลที่ดีก็สามารถประสบความสำเร็จอย่างสูงได้   และว่าที่จริงก็มีโครงการอย่างที่ว่าให้เห็นมาพอสมควรด้วย   และนี่ก็มาถึงข้อสรุปที่ว่า  บริษัทบ้านจัดสรรนั้น   ส่วนใหญ่ไม่น่าจะมี  Goodwill  หรือค่าความนิยมในทางธุรกิจ  ซึ่งถ้าจะขยายความก็คือ  บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่นั้น  ไม่ได้มีลูกค้า  ระบบการทำงาน  ชื่อเสียงของยี่ห้อ  และอื่น ๆ  ที่ทำให้ธุรกิจมีค่ามากกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท

 

          และนั่นนำมาถึงข้อสรุปสุดท้ายที่ว่า  ถ้าพูดถึงมูลค่าพื้นฐานของหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แล้ว   ผมคิดว่า  หุ้นอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่นั้น  ถ้าเราไม่สามารถหา  ความ  โดดเด่นพิเศษ   ที่บริษัทอื่นทำไม่ได้หรือเลียนแบบไม่ได้   เราก็อาจจะเสี่ยงถ้าไปลงทุนในบริษัทที่มีราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชีของบริษัท 

                 ประเด็นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ  แม้ว่าเราจะพบและลงทุนในหุ้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจและมีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว  สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ  เราไม่ควรถือไว้ยาวนานเกินไป   เพราะธุรกิจนี้มีลักษณะที่เป็นวัฏจักรขึ้นและลงเป็นรอบ ๆ  ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ   และที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ  ผมเองไม่แน่ใจว่าธุรกิจนี้จะเป็นธุรกิจที่จะค่อย ๆ  ตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ  หรือไม่ในระยะยาว   เหตุผลก็คือ  อัตราการเกิดของคนไทยลดลงมาก  ถึงวันหนึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะไม่จำเป็นต้องมีบ้านใหม่เพราะสามารถรับมรดกบ้านต่อจากพ่อแม่ได้   ดังนั้น  การลงทุนในหุ้นบ้านจัดสรรนั้น  เราต้องรู้ว่า  นี่เป็นเกมที่ไม่สามารถซื้อไว้แล้วนั่งอยู่เฉย ๆ  นาน ๆ  ได้

 

Comment: Dr.Nives at Mon, 1 Jun 11:00 AM

I agreed with you kha Dr. Nives.

Comment: hughes at Mon, 1 Jun 9:11 PM

ขอบคุณครับ ดร
ผมไม่ค่อยไวงั้นอยู่ห่างๆหมวดนี้จะดีกว่านะครับ

Comment: หมูน้อย at Mon, 1 Jun 9:58 PM

clear ครับ อาจารย์

ผมมี 6-7 ตัว เห็นปันผลดีไม่ได้ คันมือยิก ๆ

ขึ้นลงมันพะยะคะ อย่างที่อ. บอกจริงๆ

โชคดีที่ผมมีเวลาดูทุกวัน

เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้เข้า port ผม มากที่สุดตอนนี้เลยครับ

ขอบคุณที่เตือนครับ

Comment: เม่าน้อย at Tue, 2 Jun 7:54 PM

-เป็นธุรกิจที่ต้องหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา
-ผลประกอบการทีสวยหรู อาจเป็นของเมื่อสองปีที่แย้ว - -
-เป็นธุรกิจทีมีวัฏจักร ฉะนั้นถือนานๆไม่ได้ อันนี้เข้าใจ

จับประเด็นได้เท่านี้อะ ขอบคุณอาจารย์มากๆ

Comment: pom at Tue, 2 Jun 9:42 PM

มีตัวไหนเเนะนำบ้างครับ

Comment: Ni at Tue, 2 Jun 9:43 PM

Thank you kha

Comment: ชอบมากๆ at Tue, 2 Jun 9:57 PM

เป็นข้อคิดที่ดีมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แนะนำวิธีคิดที่ดีแบบนี้ เวลาที่ซื้อหุ้นอสังหาทีไรมักเปรียบเทียบกันเองในกลุ่ม ตัดสินจากผลงานไครมาสที่ผ่านมา โดยลืมคิดไปจริงๆ นี่เอง....ใช่แล้ว...ขอบคุณสำหรับบทความที่มีข้อติดใหม่ ตรงไปตรงมาดีค่ะ

Comment: pharmkob at Sun, 7 Jun 2:04 PM

^_^

Comment: pakorn at Fri, 12 Jun 2:12 PM

ถึงประชากรจะลดลง แต่ผมว่า ที่อยู่ในตัวเมืองก็จะเริ่มหายากมากขึ้นนะครับ ผมว่า ธุรกิจ พวก condo น่าจะ ไปได้อีกไกลนะครับ ตราบใด ที่ คนเรายังนิยมที่จะทำงานใหนเมือง และ ระบบ ขนส่ง บ้านเราที่แสนจะเลวร้ายแบบนี้

นอกนั้นเห็น ด้วยกับอาจารย์ครับ

Comment: อยากรู้ at Fri, 24 Jul 10:21 AM

ผมก็เห็นด้วยที่กำไรที่เห็นเป็นผลงานในอดีต แต่ก็มีข้อดีคือสามารถมองเห็นรายได้ในอนาคตได้จากยอดจองในปัจจุบันถึงแม้จะไม่ 100% ถ้าเราติดตามสถานะการณ์ตลอดก็จะพอประมาณรายได้-กำไรในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้าได้

Comment: nivat at Mon, 3 Aug 9:46 PM

ขอบคุณมากกำลังสนใจเรื่องอยู่ครับ
<a title="RMUTP" href="http://www.rmutp.ac.th/">www.rmutp.ac.th

Comment: รวมข่าวหุ้น at Fri, 2 Apr 12:36 AM

สมชัย"ระบุศก.ฟื้นตัวแต่ยังไม่ชัดจะเป็นรูปใดระยะยาว ยังกระจุกบางภาคและเริ่มแผ่ว 6ด.-1ปียังเสี่ยง รอดูตะวันตกจะรับช่วงต่อเอเซียได้หรือไม่

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« June »
SunMonTueWedThuFriSat
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930