Monday, 25 May 2009
มาร์ก โมเบียส
« ซื้อขายหุ้นในยามวิกฤติ | Main | หุ้นบ้านจัดสรร »ราชาของตลาดหุ้นเกิดใหม่คนหนึ่งของโลกในยามนี้คงหนีไม่พ้นชื่อของ Mark Mobius ผู้บริหารกลุ่มกองทุน Franklin Templeton Funds ซึ่งประกอบไปด้วยกองทุนกว่า 30 กองในตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลก ผมเคยพบและพูดคุยกับ “ยูล บรินเนอร์” แห่งวอลสตรีทคนนี้ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นผู้จัดการฝ่ายวางแผนและบริหารการเงินของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องให้ข้อมูลแก่นักลงทุนคล้าย ๆ กับ IR หรือนักลงทุนสัมพันธ์ในปัจจุบัน แต่เป็นช่วงเวลาย้อนหลังไปกว่า 20 ปีมาแล้ว ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า มาร์ก โมเบียส เป็นผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นเขายังไม่ดัง และยังไม่แก่ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเขาไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็คือ เขายังเฉียบคมเหมือนเดิม เช่นเดียวกับศีรษะที่ยังล้านเลี่ยนแบบ ยูล บรีนเนอร์ ดาราฮอลลีวูดชื่อก้องโลก
ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผมจำความได้ โมเบียสไม่เคยห่างจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะประเทศไทย เขามา ๆ ไป ๆ และผมเชื่อว่าเขารักเมืองไทยและเขาลงทุนในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนหุ้นอื่น ๆ ในระยะหลัง ๆ เขามาพูดในเมืองไทยบ่อยขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มาพูดที่สถาบันศศินทร์ ผมเองไม่ได้พบโมเบียสมานาน แต่รู้สึกได้ว่าเขายังคงแข็งแร็งคึกคัก ยังสามารถทำงานหนักและเดินทางไปทั่วโลกทั้ง ๆ ที่มีอายุ 73 ปีเข้าไปแล้ว
ประวัติคร่าว ๆ ของ มาร์ก โมเบียส ก็คือ เขาจบปริญญาตรีและโททางด้านการสื่อสารจาก Boston University แต่ที่น่าทึ่งก็คือ ไปจบปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์จาก MIT ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับต้น ๆ ของโลกทางด้านเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ หลังจากนั้นเขาก็เข้าร่วมงานกับ เซอร์ จอห์น เทมเปิลตัน ตำนานนักลงทุนผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ของโลก เกียรติประวัติสำคัญของ มาร์ก โมเบียส ก็คือ เขาได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในสิบนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในศตวรรษที่ยี่สิบจากนักลงทุนมืออาชีพ 300 คนที่ทำการสำรวจโดย Carson Group ในปี 1999
ลองมาดูกฏการลงทุนต่าง ๆ ที่ มาร์ก โมเบียส ใช้ กฏเหล่านี้ผมดึงมาจากหนังสือที่เขาเขียนชื่อ Passport to Profits ซึ่งเขาเขียนถึงการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในปี 1999 หรือ สองปีหลังจากเกิดวิกฤติในเอเซียที่เริ่มจากประเทศไทย
กฎของโมเบียสข้อที่ 1. การป้องกันที่ดีที่สุดของคุณก็คือ การกระจายความเสี่ยงโดยการกระจายการลงทุน กฎข้อที่ 2. ความผันผวนที่รุนแรงคือคุณสมบัติของตลาดหุ้นทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ตลาดที่พัฒนาที่สุด กฎข้อที่ 5. ถ้าคุณตัดปัจจัยเรื่องของอารมณ์ออกไปและกลยุทธ์ของคุณอิงอยู่กับพื้นฐานระยะยาวแล้ว คุณจะสามารถชนะทั้งในช่วงตลาดหุ้นตกและตลาดหุ้นขึ้น กฎข้อที่ 7. เวลาที่ย่ำแย่อาจจะเป็นเวลาที่ดี กฎข้อที่ 9. เมื่อข้อมูลที่จัดเตรียมโดยสถาบันระหว่างประเทศและรัฐบาลถูกเผยแพร่ออกมา ราคาหุ้นก็สะท้อนข่าวสารเหล่านั้นไปหมดแล้ว กฎข้อที่ 10. ซื้อหุ้น “ดี” ในเวลาที่ “แย่” และซื้อหุ้น “แย่” ในเวลาที่ “ดี” กฎข้อที่ 11. เวลาที่คนคิดว่าเลวร้ายมักจะเป็นเวลาที่ดี กฎข้อที่ 12. หุ้นที่คนคิดว่าแย่มักจะดี
กฎข้อที่ 14. คุณภาพของผู้บริหารเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด กฎข้อที่ 16. การอดทนรอคอยให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า กฎข้อที่ 18. เวลาที่คนมองโลกในแง่ร้ายที่สุดคือเวลาดีที่สุดที่จะซื้อ กฎข้อที่ 19. เวลาที่คนมองโลกในแง่ดีที่สุดคือเวลาดีที่สุดที่จะขาย กฎข้อที่ 20. ถ้าคุณสามารถเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมง มันก็สายไปเสียแล้วที่จะซื้อ หรือขาย) กฎข้อที่ 22. ซื้อหุ้นเมื่อราคาลง ไม่ใช่ตอนขึ้น กฎข้อที่ 23. ถ้าตลาดตกลงไป 20% หรือมากกว่าจากจุดสูงสุดและเราเห็นคุณค่าของหุ้น ก็เริ่มทยอยซื้อได้ กฎข้อที่ 24. เวลารักษาความเจ็บป่วยได้เกือบทุกโรค
กฎของโมเบียสข้อที่ 34. ถ้าสินทรัพย์สุทธิหารด้วยจำนวนหุ้นของบริษัทได้ตัวเลขสูงกว่าราคาหุ้นในตลาด คุณก็อาจพิจารณาได้ว่า มันคือหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน กฎข้อที่ 38. มองหาบริษัทระดับรองที่มี Market Cap. หรือมูลค่าตลาดของหุ้นทั้งหมด น้อย แต่มีศักยภาพในการเติบโตสูง กฎข้อที่ 39. รอให้ตลาดหุ้นเกิด Panic แล้วก็เข้าซื้ออย่างสงบเยือกเย็น กฎข้อที่ 42. บ่อย ๆ ที่ภาพใหญ่ขัดแย้งกับภาพเล็ก กฎข้อที่ 43. โดยการศึกษาให้เข้าใจช่องว่างระหว่างภาพใหญ่และภาพเล็ก คุณจะสามารถอยู่ในตำแหน่งที่นำหน้าฝูงชนได้ กฎข้อที่ 45. ตรวจสอบดูพอร์ตของตนเองอย่างละเอียด หาหุ้นทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ในเวลาหนึ่งปีหรือน้อยกว่านั้นที่บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นไม่มากเท่า และการคาดการณ์ในอนาคต 5 ปีข้างหน้าก็ไม่ดี พิจารณาขายหุ้นเหล่านั้นทิ้งเสีย กฎข้อที่ 46. อย่ารักษาผลการลงทุนที่ดีเยี่ยมโดยการถือหุ้นบลูชิพตัวเก่าที่ไม่เป็นบลูชิพอีกต่อไปแล้ว กฎข้อที่ 47. หากลุ่มหุ้นบลูชิพล็อตต่อไปก่อนที่มันจะเริ่มเป็นหุ้นบลูชิพ
และทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงบางส่วนของกฎของโมเบียสที่ประยุกต์ใช้กับตลาดเกิดใหม่ต่าง ๆ ทั่วโลก ประสบการณ์ที่ยาวนานผ่านร้อนผ่านหนาวมามากคงทำให้โมเบียสเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นมากมายและทำให้เขาสามารถฉกฉวยโอกาสสำคัญครั้งแล้วครั้งเล่าโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤติตลาดหุ้นและการฟื้นตัวของมัน ตัวอย่างที่เราเห็นก็อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา โมเบียสได้ให้สัมภาษณ์และบอกอย่างชัดเจนว่า เขาคิดว่าตลาดหุ้นกำลังจะบูมโดยเฉพาะในครั้งนี้จะนำโดยตลาดหุ้นเกิดใหม่ และแล้วตลาดหุ้นก็บูมจริง ๆ และโมเบียสก็คงสามารถทำกำไรได้อย่างงดงามหลังจากที่เขาบาดเจ็บอย่างหนักก่อนหน้านั้น และนี่อาจจะเป็นอย่างที่เขาพูดไว้ในกฎของโมเบียสข้อที่ 70. ที่ว่า ในบางครั้งคุณอาจจะต้องทำได้แย่กว่าดัชนีตลาดหุ้นเพื่อที่ว่าคุณจะสามารถเอาชนะมันในอนาคต
ทฤษฎีเหล่านี้ เซียนหุ้น อ่านกันมาเยอะๆ แต่ถึงเวลาเอาเข้าเจงเจง มันทามใจยากง่ะ เวลามันลง ล๊ง ลง ก้อนึกว่ามันจะลงต่อ เวลามันขึ้น ขึ๊น ขึ้น ก้อนึกว่ามันจาขึ้นต่อ สุดท้ายกลายเป็น พอขึ้นก้อกลัวตกรถไฟ ขอขึ้นด้วยคน แต่พอมันวิ่งเร็วจนเบรคจะแตกจะตกรางอยู่แล้ว ก้อไม่อยากขายเพราะกลัวไม่ถึงสวรรค์ ที่หนายด้าย รถเบรคแตกตกราง เราก้อเลยตกสวรรค์ ไอ้พวกอยู่หัวขบวนกระโดดลงไปหมดและ รวมทั้งคนขับด้วย (พวกปั่น พวกถาบัน ที่ออกบทวิเคราะห์ให้ซื้อ หุ้นที่มันจะขายน่าแหละ)
โธ่ ชีวิตแมงเม่า
จะพยายามทำตามหลักเกณฑ์ให้ได้สัก 50% ..ส่วน
ความดื้อส่วนตัว ..แก้ไขยากเย็นจริงๆค่ะ ++ ได้ผล
อย่างไรจะเรียนมาเพื่อทราบ..++
ขอบคุณท่านอาจารย์
ก็เหมือนที่วอเรนท์ บัฟเฟตต์ บอกไว้ว่า จงตะกระตระกรามในเวลาที่คนอื่นกลัว(จนลนลาน) แต่จงกลัวในเวลาที่คนทั้งตลาดกล้า
อาจารย์ให้ความรู้ แก่ผู้ไม่รู้ เป็นทานวิชา ขอให้อาจารย์ รวย รวย เงิน สุขภาพอยู่ดีมีสุขมากๆจ้า
กฏหายไป หลายข้อ ไม่ทราบว่า เป็นเพราะอะไร ครับ
ข้อที่หายไป คือ 3,4,6,8,13,15,17,21,25-33,35-37,40,44
กฎข้อที่ 46. อย่ารักษาผลการลงทุนที่ดีเยี่ยมโดยการถือหุ้นบลูชิพตัวเก่าที่ไม่เป็นบลูชิพอีกต่อไปแล้ว
"ชอบข้อนี้จังเลย"
***ลองมาทายรายวันแข่งกันไหมอ่ะครับถึงผมไม่ได้เรียนมาแต่ก็พอจะจับเค้าโครงได้อยู่และทายล่วงหน้าไว้ก็ได้หุ้นของสหรัฐสูงขึ้นแต่เดี๋ยวก็ลดลงอีกตามปัจจัยการบริโภคตอนนี้แผนกระตุ้นที่ขายตลาดสู่ยุโรบคงเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเขาก็ต้องแลกกับการถ่ายโอนหุ้นโอเป๊กกึ่ง1ให้กับยุโรบเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมั่งครับอันนี้ไม่รู้แต่น่าจะใช่ทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐจะดีขึ้นมาแต่จะไปลำบากทวีปอาฟริกาซึ่งเป็นประเทศลูกๆของยุโรบเมื่อไรทรัพยากรของอาฟริกาหมดหรือปัญหาทางการเมืองเกิดก็จะทำให้กระทบและอาจทำให้ยุโรบกับอเมริกาทะเลาะกันเองก็ได้อันนี้เดามั่วๆไม่รู้จะใช่หรือเปล่าข้อมูลไม่มีมีแต่ข่าว MCOT ที่ดูผ่านๆเนี่ยและไทยหากกระตุ้น4แสนล้านอีกก็จะช่วยสหรัฐแต่ไม่ช่วยคนในประเทศเพราะต้องใช้พลังงานเพิ่มและหนี้เพิ่มอีกและการช่วยสหรัฐในการอุดหนุนรบอกได้ว่ามันไม่ถาวรอ่ะครับมันได้แค่ชั่วครู่ชัวยามเท่านั้นวิธีกระตุ้นการขายรถจริงๆมันก็ไม่ใช่อยู่ตรงปล่อยสินเชื่อของธนาคารแรทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากเมื่อ10ปีที่แล้วที่ให้กระตุ้นโดยภาคธนาคารเลยและอัตตราการเกิดปัญหาภาวะทางการเงินก็จะเกิดอีกในอัตราที่ไวกว่าเดิมไม่มีข้อมูลกะเอาน่าจะอยู่ที่2-3เดือนมั่งหรือไวกว่านั้นอ่ะครับเพราะถ้าหากสหรัฐไม่แก้จากภายในเรื่องคุณภาพประชากรก่อนปัญหาก็จะเกิดไม่หยุดการที่กลุ่มนักธุรกิจและการเมืองออกไปบีบคั้นจากประเทศลูกๆเพื่อคนในประเทศที่ตอนนี้อาจจะบอกได้ว่าทำอะไรไม่ค่อยเป็นมั่งครับเพราะปัญหาค่าใช้จ่ายมันไม่หยุดสักที่ถ้าหากคนในประเทศสหรัฐรู้จักคำว่าพอเพียงก็อาจจะทำให้กลับมาได้แต่มันแก้ยากที่สุดอ่ะครับแก้ตรงใจคนอ่ะ ที่บ้านผมยังแก้ให้พ่อกะแม่รับฟังความคิดเห็นดีดีจากผมไม่ได้เลยแล้วนายกโอบาม่าจะแก้ไหวหรือครับตั่งกี่ร้อยล้านคนในประเทศ ถ้าหุ้นรายตัวลองทายแข่งกันก็ได้อ่ะครับเพราะที่ดูๆมา2-3เดือนเล่นไม่ยากและถ้าหุ้นไหนที่เล่นมันตกมากซื้อทำเองแม่งเพราะมันอยู่ที่อารมณ์บอร์ดบริหารด้วยว่าจะทำอะไร
***หาหุ้นในกลุ่มเนื้อสัตว์สิถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะยังราคาขึ้นเพราะไข้หวัดยังอยู่การผลิตทางยุโรบและอเมริกาคงจะหยุดการผลิตเนื้อชั่วครู่ทำให้ต้องหาตลาดผลิตทดแทนแต่ก็ควรไปสำรวจดูก่อนว่า2แถบนั้นเขาหยุดผลิตใช่เปล่าถ้าใช่ก็เตรียมส่งออกให้2กลุ่มนี้ได้เลยเพราะคนเรามันต้องกินนิครับไม่งั้นจะอยู่ได้อย่างไง
ยอดเยี่ยมมากครับ ผมเป็นแฟนคลับอาจารย์ อ่านทุกเล่มของอาจารย์ที่วางตลาดอยู่ขณะนี้
มือใหม่
รายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน แม้ในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นบวกมากๆเช่นปี 2536 หรือ 2546 รายย่อยก็ยังได้ต่ำกว่าผลตอบแทนตลาดในปีนั้นกว่าครึ่ง
ชอบใจตรงที่ซื้อหุ้นเวลาที่คนส่วนใหญ่กลัว เพราะกำไรที่ได้เนื้อๆก็มาจากหุ้นล็อตที่ซื้อเมื่อหุ้นตกมากๆจากการที่รายย่อยกลัวว่าจะตกหนักลงไปอีก
เมื่อเดือน พ.ย.51 ที่ดัชนีหุ้นตกลงไปที่ 390 กว่าๆ nav ของ TMB JUMBO25 LTF ลงไปที่ 6.99 คนกลัวกันหมด แต่ตอนนี้ 11 บาทกว่า
ไม่นึกเลยว่าจะมีแฟนคลับ อ.นิเวศน เหมือนเรามากมาย
ผมก็อ่านหนังสือ อาจารย์อยู่เหมือนกันคับ
พวกนักวิเคราห์ พวกมันนี้ชันเนล พวกนี้ชอบยุให้พวกเราโลภพวกนี้มันก็เทรดเราก็เทรด พรอท์ของราก็อยู่กับพวกมัน พวกมันก็ดูใด้มันก็รู้เรา ส่วนเราก็เชื่อพวกมันเพราะเราโลภ ข่าวลือ ก็คือข่าวลือต่างชาติเริ่มออกแล้ว ย้ายไปตลาดอื่นดีกว่า มีหลายตลาด มันกลัวข่าวลือ เพราะตลาดหลักทรัพยใช้เวลาตรวจสอบนาน ถึงนานมาก แต่พวกเรา เจ็งเร็วมาก จงใช้วิจรณญานให้ดีในการเทรด ซื้อในช่วงนี้ ใด้กำไรนิดหน่อย แต่ขาดทุนมากกว่าถ้าหุนลงเหมือน วันที่ 14 15
พวกนักวิเคราะห์ของบริษัทพวกนี้มาวิเคราะห์เมือไรเราเคราะห์ร้ายทุกที หลอกพวกแมงเมาอย่างพวกเราที่มีความโลภเป็นต้นทุนกับเงินอีกนิดหนอยหามีความรู้จริงไม่ ก็เลยนำความรู้มาให้พวกเรา


^_^