Monday, 28 July 2008
หุ้นแม่-ลูก
« ของขึ้น2 | Main | คุณภาพของกิจการ »Value Investor ที่มุ่งมั่นและขยันทำการบ้านศึกษาหาข้อมูลและหาหุ้นลงทุนมักจะพบว่ามีหุ้นบางตัวที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะว่ามันมีผลการดำเนินงานที่ดีเลิศหรือมีงบการเงินที่แข็งแกร่งมาก หรือมีศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ว่าที่จริงหุ้นเหล่านั้นบางตัวมีทุกอย่างตรงกันข้ามกับที่กล่าวทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้หุ้นมีความน่าสนใจก็เพราะว่า มันเป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอีกบริษัทหนึ่ง และมูลค่าตลาดของหุ้นที่ถืออยู่นั้นมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าตลาดของหุ้นของตัวมันเองเสียอีก พูดแบบง่าย ๆ มูลค่าหุ้นในบริษัทลูกที่ถืออยู่นั้นมากกว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทแม่ ในทางทฤษฎี หุ้นดังกล่าวก็อาจจะดูเหมือนว่ามีมูลค่าสูงกว่าราคา เข้าข่ายเป็นหุ้นคุณค่า เพราะทรัพย์สินเฉพาะที่เป็นหุ้นในบริษัทลูกก็มีมูลค่าสูงกว่าราคาหุ้นแม่แล้ว และถ้านับทรัพย์สินอื่นและตัวกิจการของบริษัทแม่เข้าไปด้วยมันจะไม่ยิ่ง Undervalue หรือมีมูลค่าสูงกว่าราคาเพิ่มขึ้นไปอีกหรือ? ลองมาดูว่ามีหุ้นตัวไหนบ้างที่มี “ลูกเป็นทรัพย์”
เริ่มตั้งแต่หุ้นตัวใหญ่อย่างหุ้น SHIN บริษัทแม่ของหุ้น ADVANC ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือใหญ่ที่สุดของประเทศ SHIN ถือหุ้น ADVANC ประมาณ 43% หรือ 1,264 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 109,311 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าตลาดหรือ Market Cap. ของหุ้น SHIN เองนั้นมีมูลค่าเพียงประมาณ 77,465 ล้านบาท คิดแล้วมูลค่าหุ้นเฉพาะADVANC ตัวเดียวก็มากกว่ามูลค่าหุ้น SHIN ถึง 41% แล้วทำไมเราจะต้องไปลงทุนในหุ้น ADVANC? ถ้าอยากซื้อ ไปซื้อหุ้น SHIN ไม่ดีกว่าหรือ? เดี๋ยวค่อยมาดูกัน
หุ้นตัวต่อไปก็คือหุ้น MINOR ซึ่งถือหุ้น MINT บริษัทสุดร้อนแรงที่ทำกิจการโรงแรม อาหารจานด่วนหลายยี่ห้อ มูลค่าหุ้นที่ MINOR ถืออยู่ประมาณ 556 ล้านหุ้นหรือ13.7% คิดเป็นเงินถึง 7,619 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าหุ้น MINOR ซึ่งอยู่ที่ 6,725 ล้านบาทประมาณ 13%
หุ้นตัวที่สามคือหุ้น ช. การช่างหรือ CK ซึ่งถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนหลายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่เฉพาะหุ้นบริษัทผลิตน้ำประปา TTW เพียงตัวเดียวที่ CK ถืออยู่ประมาณ 1,550ล้านหุ้นหรือ 47% ของบริษัทก็มีมูลค่าเท่ากับ 8,214 ล้านบาทเข้าไปแล้ว ในขณะที่มูลค่าหุ้นทั้งหมดของ CK นั้นอยู่ที่เพียง 6,449 ล้านบาทเท่านั้น
ลองมาดูหุ้นตัวเล็ก ๆ บ้าง เริ่มตั้งแต่หุ้น SVOA ซึ่งถือหุ้นบริษัทไอทีซิตี้หรือ IT จำนวน 112 ล้านหุ้นหรือประมาณ 34% คิดเป็นมูลค่า 670 ล้านบาท แต่ตัว SVOA เองนั้นทั้งบริษัทมีมูลค่าตลาดเพียง 572 ล้านบาท
หุ้นตัวที่ห้าคือหุ้นของ PR ซึ่งถือหุ้น PB บริษัทผู้นำทางด้านขนมปังจำนวนประมาณ 17 ล้านหุ้นหรือ 38% คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 1,216 ล้านบาทในขณะที่ตัวหุ้น PR มีมูลค่าตลาดเพียง1,092 ล้านบาท
และสุดท้ายที่ผมพอจะนึกออกก็คือหุ้น PRG ซึ่งถือหุ้น MBK เจ้าของห้างมาบุญครองจำนวนประมาณ 39 ล้านหุ้นหรือ 21% คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 2,702 ล้านบาท ในขณะที่หุ้น PRG มีมูลค่าตลาดเพียง 2,400 ล้านบาท
คำถามข้อแรกของเรื่องนี้ก็คือ หุ้นของบริษัทที่มีทรัพย์สินเป็นบริษัทลูกมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของบริษัทแม่นั้น น่าลงทุนไหมหรือเป็นหุ้น Value ไหม? คำตอบของผมก็คือ เราต้องดูที่หุ้นของบริษัทลูกก่อน ถ้าวิเคราะห์แล้วพบว่าราคาหุ้นของบริษัทลูกนั้นสูงเกินกว่าพื้นฐาน โดยเฉพาะถ้ารู้สึกว่าสูงเกินไปมาก เราอาจจะบอกตัวเองว่า ทรัพย์สินที่แม่มีอยู่นั้นอาจจะไม่มากเท่าที่เราเห็น และถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็อาจจะต้องถอย เหตุผลก็เพราะว่า โดยปกติ บริษัทแม่มักจะไม่ขายหุ้นบริษัทลูกที่เป็นอภิชาตบุตรเหล่านั้น ดังนั้น มันจึงเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดเท่ากับมูลค่าหุ้นของมันได้.. จบ.
ในกรณีที่เราพบว่าราคาหุ้นของบริษัทลูกนั้นสมเหตุผลแต่ก็ไม่มี Margin Of Safety หรือไม่ได้ถูกพอที่เราจะสนใจซื้อ ในความเห็นผม ก็จบอีกเช่นกัน ไม่ต้องไปดูบริษัทแม่ เพราะถึงแม้ว่าราคาหุ้นบริษัทลูกจะไม่สูงแต่มันก็อันตรายถ้าเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกับราคาหุ้นบริษัทลูกซึ่งจะส่งผลให้หุ้นแม่แย่ลงไปด้วย
สุดท้ายที่สำคัญก็คือ ถ้าเราพบว่าหุ้นบริษัทลูกนั้นโดยตัวมันเองก็เป็น Value Stock เป็นหุ้นที่เราอยากซื้อ คำถามก็คือ เราควรซื้อหุ้นแม่แทนที่จะเป็นหุ้นลูกหรือไม่เพราะมันอาจจะถูกกว่า? มองดูอย่างผิวเผินเราน่าจะซื้อหุ้นแม่ แต่ลองมาวิเคราะห์ดูว่าจริงหรือไม่
ข้อที่จะต้องคำนึงก็คือ หนึ่ง เราจะต้องดูว่าบริษัทแม่มีหนี้มากหรือเปล่า ถ้ามีหนี้มากเกินกว่าที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการของธุรกิจของบริษัทแม่เอง นี่แปลว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทลูกที่เราเห็นนั้นไม่ได้เป็นของบริษัทแม่คนเดียว แต่เป็นของธนาคารเจ้าหนี้ของบริษัทแม่ด้วย
ข้อสอง ต้องดูว่ากิจการของบริษัทแม่นั้นเป็นอย่างไร ถ้ากิจการของบริษัทแม่เองนั้นเป็นกิจการ “ตะวันตกดิน” กำไรมีแต่จะถดถอย แบบนี้เราก็ต้องดูว่ามันจะเป็นตัวที่จะถ่วงหรือทำลายมูลค่าของบริษัทแม่แค่ไหน เพราะในความเป็นจริง ผู้บริหารมักจะไม่ยอมทิ้งหรือเลิกกิจการแม้ว่ากิจการนั้นจะไม่มีมูลค่าหรือมูลค่าเป็นลบถ้าทู่ซี้ทำต่อไป
ข้อสาม บริษัทแม่นั้น มีสถานะเงินสดดีหรือไม่ นั่นก็คือ ถ้าบริษัทแม่เป็นฐานที่ใช้ลงทุนในกิจการอื่นไปเรื่อย ๆ ในขณะที่กิจการของตัวแม่เองนั้นมี Cashflow หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ดี ปัญหาก็คือ บริษัทแม่จะไม่ค่อยจ่ายปันผลงามเหมือนบริษัทลูกซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นไม่ค่อยเคลื่อนไหว
สุดท้ายที่สำคัญก็คือ ต้องดูอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่บริษัทแม่และบริษัทลูกทำ ถ้าลูกอยู่ในอุตสาหกรรมที่นักลงทุนนิยมและให้คุณค่าสูง แต่แม่ทำธุรกิจที่ไม่น่าสนใจเลยหรือทำธุรกิจหลากหลายจนไม่รู้ว่าทำอะไร แบบนี้ การเลือกลูกอาจจะดีกว่า เพราะหุ้นที่คนนิยมนั้น อย่างไรเสีย มันก็ยังมีความคึกคัก มีคนสนใจซื้อขาย และราคามันไม่เงียบเหงาเมื่อมีข่าวดี ๆ เกิดขึ้น
ข้อสรุปของผมก็คือ โอกาสสูงที่ผมจะเลือกลูกมากกว่าแม่ และจากประสบการณ์ที่เคยลงทั้งในลูกและแม่ ผมพอใจกับผลงานของลูกมากกว่าครับ
[Trackback URL for this entry]
เรียนถาม อาจารย์ ครับ
ที่ว่าบางกิจการถ้า p/e ต่ำให้ขาย p/e สูงให้ซื้อ
หมายความว่าอย่างไรครับ ( TTA )
ขอบคุณครับ
เป็นข้อคิดที่ดีมากเลยค่ะ ติดตามอ่านบทความของอาจารย์มาหลายครั้งแล้ว ขอให้อาจารย์เขียนบทความดีๆแบบนี้ไปตลอดนะคะ เป็นประโยชน์กับ VI ทั่วไปมากเลยค่ะ
กำลังสนใจหุ้นตัวอย่างของท่านอยู่หนึ่งตัวพอดีค่ะ
แต่.....ตัวไหนดีระหว่าง Mint / Minor...ช่วยเฉลย
ให้แมงเม่าตัวเล็กๆด้วยค่ะ
ก่อนอื่นขอขอบคุณอาจารย์ที่กรุณาให้ความรู้
ดิฉันได้ลงทุนในหุ้น ck ไปก่อนหน้าหนี้ด้วยเหตุผลคือตัวแม่เป็นธุรกิจที่นับว่าเป็นผู้นำเหมือนกันและยังมีลูกดีด้วย แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้ck ทำให้ดิฉันมี unrealized loss อยู่เยอะเหมือนกัน อยากเรียนถามมุมมองส่วนตัวของอาจารย์เกี่ยวกับหุ้นตัวนี้ กรุณาด้วยค่ะ
โอ้ พระเจ้า สุดยอดจริงๆ พอดีถือหุ้นแม่ตัวหนึ่งในlist ของอาจารย์แต่ตอนนี้ลงเอาๆ แต่ก็อยากซื้อเพิ่มจริงๆ
ขอบคุณสำหรับการเสนอวิธีวิเคราะห์ ที่เป็นมุมมองน่าสนใจค่ะ/
อยากจะเรียนถามท่านอาจารย์ว่า การตัดสินใจขายหุ้นที่มีว่าเวลานี้ควรขายแล้วควรอิงดัชนีset ขณะนั้นหรือจำนวนร้อยละของกำไรหุ้นตัวนั้น อย่างใดจะมีประสิทธิผลมากกว่ากันค่ะ
อยากทราบเกี่ยวกับหุ้น pttar เพราะซื้อไว้ตอนต้นปีในราคา 39/หุ้น และซื้อเพิ่มเมื่อวันที่ 30 ก.ค.51 อีก ในราคา 21.50 /หุ้น หุ้นตัวนี้จะมีโอกาสดีดกลับตามปัจจัยแบบไหนครับ
สุดยอดเลยอาจารย์ ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้อาจารย์ และติดตามรายการทาง money chanel (ubc80)
ผมว่านักวิเคราะห์มืออาชีพที่แท้จริง ควรมีตัวอย่างให้เห้นชัดเจนแบบนี้ และมันจะเป็น knowledge ต่อๆไปไม่มีวันจบ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ ขอให้มีความสุขตลอดไป
ยุทธประวีร์ ขัติยวงศ์
First of all, you should not only focus on the value of the stocks, but also corporate social responsibility of the firms. Moreover, vision of managements of registered companies should be concerned.

ขอบคุณครับอาจารย์ที่ให้ความรู้ ผมพึ่งสนใจและกำลังศึกษา
การลงทุนในหุ้นอยู่ครับและซื้อหนังสือที่อาจารย์เขียนมาศึกษา
อยู่ครับ ผมทำงานในโรงกลั่นนำมันแถวระยองครับขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับอาจารย์