Monday, 24 September 2007

ไม่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น แต่คุณคือเจ้าของ (Shareholders: the Power of Ownership)

« “Beta” กับการลงทุน | Main | ลงทุนก่อนใครกับหุ้น Turnaround »

ก่อนจะเริ่มต้นหัวข้อในวันนี้ ผมขอประชาสัมพันธ์ก่อนเล็กน้อยนะครับ จากนี้ไปเพื่อไม่ให้ท่านผู้ติดตามอ่าน Blog ของผมเบื่อซะก่อน หรือรู้สึกว่า นานๆ ถึงจะมีบทความโผล่มาที ผมเลยขออนุญาตให้มีคนมาร่วมแจมใน Blog นี้ด้วย คือ น้องใหม่ไฟแรงกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังสนใจในเรื่องการลงทุน มาลองเสนอข้อคิดเห็นเรื่องการลงทุนกันบ้าง รวมถึงตอบคำถามให้กับท่านผู้อ่านหลายๆท่าน โดยผมก็จะมาร่วมเสนอความคิดเห็นเหมือนเดิมครับ

 

 

 

เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ 25-26 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา มีการจัดงาน Shareholders’ day หรืองานวันผู้ถือหุ้นไทย จัดโดยบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้แนวคิดที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้ถือหุ้นเป็นคนสำคัญ มีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของกิจการและเห็นความสำคัญของการรักษาสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้มีโอกาสพบปะ ซักถามบริษัทจดทะเบียนได้แบบตรงไปตรงมา รวมทั้งยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ถือหุ้นที่ปฏิบัติตนในการรักษาสิทธิตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีอย่างสม่ำเสมอ

 

          แต่ดูเหมือนว่า ผู้ที่มาร่วมงานหลายๆท่านยังไม่เข้าใจบทบาท สิทธิและหน้าที่ในความเป็นเจ้าของอย่างที่เจ้าของงานตั้งใจจะให้เป็นน่ะสิ

 

            ดังนั้นวันนี้ก็เลยอยากจะมาทำความเข้าใจกันเสียหน่อยว่า ผู้ถือหุ้นหรือ เจ้าของของกิจการนั้นเป็นใคร และสิทธิ หน้าที่ที่พึงรักษาไว้มีอะไรบ้างค่ะ

 

  • ผู้ถือหุ้นหรือ เจ้าของของกิจการนั้นเป็นใคร
 

ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการ คือผู้ที่เข้าซื้อส่วนแบ่งหุ้นของบริษัท ดังนั้นหากนักลงทุนได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัทใดไป ก็หมายความว่าท่านได้ก้าวเข้าไปเป็นเจ้าของของบริษัทนั้นแล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าวันใดเกิดเหตุการณ์ที่แย่ที่สุด คือบริษัทล้มละลาย ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการจะสามารถอ้างสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหลายของบริษัทได้ก็ต่อเมื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทแล้ว

 

ฟังดูแล้วอาจรู้สึกว่าเสี่ยงจัง เพราะลงทุนไปแล้วแต่ถ้าเจ๊งกลับได้รับเงินคืนเป็นคนสุดท้าย แต่อย่าลืมว่าเมื่อ High risk แล้วเราก็จะต้องหา High Return กลับมาชดเชยด้วย ดังนั้นหากบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดี มีกำไรแล้วล่ะก็ ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของกิจการก็จะเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดทั้งจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นและ/หรือการปันผลจากบริษัทด้วยค่ะ (ในขณะที่เจ้าหนี้แทบจะไม่ได้อะไรจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิก็ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ) ดังนั้นก่อนที่นักลงทุนจะตัดสินใจลงทุนไปเป็นเจ้าของในหุ้นตัวใดแล้วก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ตนเองยอมรับได้ด้วยนะคะ 

 

  • คำถามต่อมาคือ เมื่อเราเป็นเจ้าของแล้ว เราจะได้สิทธิอะไรบ้าง

สิทธิหลักๆที่ผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการจะได้รับก็ได้แก่

 

  1. สิทธิในการลงคะแนน Vote ในประเด็นสำคัญ เช่นการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง การเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัท หรือการประชุมสามัญประจำปี ซึ่งถ้าเกิดว่าผู้ถือหุ้นไม่สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงด้วยตัวเอง ก็อย่าลืมมอบฉันทะให้ผู้อื่นดำเนินการแทนเพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของตัวท่านเองนะคะ
  2. สิทธิเหนือทรัพย์สินของบริษัท ถ้าบริษัทขาดทุนกระทั่งล้มละลาย ผู้ถือหุ้นก็สามารถอ้างสิทธิเหนือทรัพย์สินของบริษัทในส่วนที่เหลือหลังจากชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัทแล้ว
  3. สิทธิในการเปลี่ยนมือ หมายถึงผู้ถือหุ้นสามารถขาย/โอนสิทธิในความเป็นเจ้าของไปให้บุคคลอื่นได้ เนื่องจากหุ้นสามัญถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูง ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนหุ้นเป็นเงิน (ขาย) ก็ย่อมจะใช้เวลาได้รวดเร็วกว่าการเปลี่ยนทรัพย์สินชนิดอื่นๆ (เช่น ที่ดิน) ให้เป็นเงินสดด้วย
  4. สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัท เมื่อบริษัทมีกำไร ผู้ถือหุ้นก็จะได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนของเงินลงทุนจากการปันผลทั้งเงินปันผลและ/หรือหุ้นปันผลของบริษัท
  5. สิทธิในการสอบทานรายงานการเงินของบริษัท ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบรายการทางการเงินของบริษัทได้ผ่านทางรายงานประจำไตรมาส/ปี ของบริษัทที่ตนเองเป็นเจ้าของได้ ในกรณีนี้อาจเป็นเรื่องที่ไม่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชน เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นบริษัทจำกัด ก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นอย่างมากเลยล่ะค่ะ
  6. สิทธิในการฟ้องร้องของผู้ถือหุ้น - หากผู้ถือหุ้นพบว่าตนเองหรือบริษัทของตนถูกทำให้เสียหายโดยการกระทำของพนักงานบริษัทหรือผู้มีอำนาจสั่งการในบริษัท ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องต่อศาลได้

           6 ข้อนี้ก็เป็นเพียงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าของบริษัทพึงตระหนักไว้นะคะ เพราะว่าเมื่อเราซื้อหุ้นของกิจการใดมา ก็หมายถึงเราจะมีสิทธิเหล่านี้ผูกพักติดตัวเราอยู่ด้วย เพื่อที่เรา (ผู้ถือหุ้น) จะได้ปกป้องสิทธิอันพึงมี พึงได้ของเราเอง เท่านี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนการลงทุนแล้วล่ะค่ะ 

                                                           Rainy Day…

 

Posted by kriengchai at 11:36 AM in Uncategorized

 

[Trackback URL for this entry]

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« September »
SunMonTueWedThuFriSat
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30