Friday, 27 July 2007
การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน
« ลงทุนสวนกระแส | Main | ตกรถหรือติดยอดดอย »
... นักข่าวหรือนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือแม้กระทั่งนักลงทุน (โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบัน พวกผู้จัดการกองทุน) มักจะอยากทราบถึงแผนการณ์ในอนาคต เพื่อไปประกอบการทำประมาณตัวเลขต่างๆ เพื่อตัดสินใจลงทุน หรือ เพื่อประกอบการทำรายงานวิเคราะห์ และแนะนำการลงทุนต่อไป
เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้รับของขวัญจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากทีมที่ดูแลบริษัทจดทะเบียน เป็นสมุดจดไดอารี่ปี 2550 ซึ่งตอนแรกก็เข้าใจว่า คงเป็นสมุดบันทึกธรรมดาที่เน้นดีไซน์ให้มีสีสันเก๋ไก๋ แต่ต้องขอบอกว่า ไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้น เพราะ ตลาดหลักทรัพย์ฯของเราในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ และปรับปรุงให้เป็นองค์กรที่พร้อมให้บริการขึ้นมาก ทำให้แม้กระทั่ง สมุดจดบันทึกก็เป็นของแจกที่ได้รับกล่าวขวัญว่ามีประโยชน์อย่างมาก ในการเป็นคู่มือแบบย่อไปในตัวให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ทำงานในบริษัทจดทะเบียน และต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องการรายงานข้อมูลต่างๆให้แก่ตลาดหลักทรัพย์ โดยปกสมุดไดอารี่เล่มนี้ ได้เขียนสโลแกนไว้อย่างเท่ห์ เป็นภาษาอังกฤษว่า Fostering a Culture of Disclosure
ในสมุดนี้ ก็อย่างที่บอกแหละครับว่า เป็นสมุดจด แล้วก็มีปฏิทินวันที่ เหมือนไดอารี่เล่มอื่นๆ แต่ที่ผมประทับใจมาก คือ ในหน้าคั่นต่างๆนั้น กลับสอดแทรกไปด้วยข้อมูลและข้อพึงปฏิบัติในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล ที่บริษัทจดทะเบียนจำเป็นจะต้องเตรียมการ และคำนึงถึง เพื่อให้มั่นใจว่า เป็นไปตามกฎระเบียบ ซึ่งเน้นให้ความเท่าเทียมแก่ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทุกกลุ่ม
มีประเด็นที่น่าสนใจว่าทำไมบริษัทถึงต้องเปิดเผยข้อมูล ซึ่งตรงนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องการให้ผู้ลงทุนทราบข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน และเพื่อให้ผู้ถือหุ้น (เจ้าของเงิน) ทราบฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท นี่เป็นส่วนของประโยชน์สำหรับนักลงทุนอย่างเราๆท่านๆนะครับ แต่ในอีกด้านหนึ่ง จากมุมมองของบริษัทจดทะเบียนเอง ก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน คือ เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่น และเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าใจบริษัทได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้ผลที่ตามมา ก็คือ ราคาหุ้นของบริษัทสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
สำหรับในส่วนที่ว่า อะไรบ้างที่ควรต้องเปิดเผย ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็อธิบายง่ายๆ เป็นข้อมูลสี่กลุ่ม คือ 1) พวกข้อมูลที่ “ต้องเปิด” 2) ข้อมูลที่ “ควรเปิด” 3) ข้อมูลที่ “เลือกเปิด” และ 4) ข้อมูลที่ “ไม่เปิด”
กลุ่มแรก คือ ข้อมูลที่จำเป็นต้องเปิดเผย คือ ข้อมูล (หรือที่ทางการเรียกว่า สารสนเทศ) ที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมาย หรือ กฎระเบียบ ซึ่งข้อมูลที่บริษัทได้เปิดเผยแล้ว บริษัทก็มีหน้าที่ที่จะต้องเปิดเผยให้ครบถ้วนเท่าเทียม ทั้งภาคภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และเผยแพร่ในหลายๆช่องทาง ที่แน่ๆ ก็คือ ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ หรืออาจจะมีการลงประกาศข่าว หรือเผยแพร่ในเว็บไซต์ เป็นต้น
กลุ่มที่สอง สารสนเทศที่ควรเปิดเผย ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของการชี้แจ้งข้อมูล ในกรณีที่มีข่าวที่คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง หรือข่าวที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น ข่าวลือว่าบริษัทจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งทำให้ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงหวือหวา หรืออย่างเช่น บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการประกาศข่าวจากบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ใช่มาจากบริษัทโดยตรง ทั้งหมดนี้ ถ้ามีผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัท หรือ ราคาหุ้น บริษัทก็ควรจะออกมาเปิดเผยข้อมูลอธิบายให้นักลงทุนทราบความจริง
กลุ่มที่สาม สารสนเทศที่เลือกเปิดเผย หมายถึง ข้อมูลที่บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องบอกเลยก็ได้ แต่ถ้าอยากแจ้งให้ทราบโดยทั่วไป ก็อาจเลือกเปิดเผยได้ เช่น เรื่องของประมาณการงบการเงิน หรือ การคาดการณ์ต่างๆ ซึ่งถ้าบริษัทตัดสินใจที่จะเปิดเผยข้อมูลพวกนี้ ก็ต้องรับผิดชอบ (ว่าไม่ได้พูดกลับไปกลับมา เพื่อเป็นการสร้างราคา หรือมีแผนการณ์เบื้องหลัง) และต้องไม่เป็นข้อมูลที่กระทบต่อราคาหุ้นในทันที ซึ่งในความเป็นจริงนั้น นักข่าวหรือนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือแม้กระทั่งนักลงทุน (โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบัน พวกผู้จัดการกองทุน) มักจะอยากทราบถึงแผนการณ์ในอนาคต เพื่อไปประกอบการทำประมาณตัวเลขต่างๆ เพื่อตัดสินใจลงทุน หรือ เพื่อประกอบการทำรายงานวิเคราะห์ และแนะนำการลงทุนต่อไป
สำหรับในรายละเอียด เรื่องการทำประมาณการงบการเงินนั้น ถ้าบริษัทตัดสินใจจะทำอย่างจริงจัง ก็ต้องเปิดเผยผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีการจัดทำประมาณการทั้งปี มีข้อมูลขั้นต่ำ ในเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร สมมติฐาน เป็นต้น และต้องจัดทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ว่า ปีนี้คาดว่าดี ก็เลยทำ แต่พอปีหน้าไม่แน่ใจ ก็เลยไม่ทำ และมีการนำเสนอก่อนหรือภายในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี นอกจากนี้ ถ้าเกิดตัวเลขจริงเกิดแตกต่างกันมาก กับที่เคยได้ประมาณการไว้ ก็ต้องมีการชี้แจงผลกระทบให้ทราบด้วย
กลุ่มที่สี่ สารสนเทศที่ไม่ต้องเปิดเผย คือ ข้อมูลของบริษัทที่ไม่ต้องเปิดเผย และไม่ควรเปิดเผยให้กับภายนอก หรือ สาธารณชน หรือ ผู้ลงทุนทราบ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เรื่องความเห็นเกี่ยวกับราคาหุ้นของบริษัทเอง เพราะผู้บริหารของบริษัทไม่ควรจะออกมาบอกว่า ราคาหุ้นบริษัทตัวเองถูกไป แพงไป อย่างไร เพราะถือว่าเป็นการชี้นำราคาหุ้นได้เหมือนกัน อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในกรณีของข้อมูลสารสนเทศที่ยังไม่ชัดเจน หรือยังไม่แน่นอน ก็ไม่ควรจะเปิดเผย และบริษัทต้องเก็บรักษาข้อมูลที่ว่านี้ ไว้เป็นความลับ และหากบังเอิญเกิดรั่วไหลออกมาก่อนกำหนด ก็ต้องทำการชี้แจงทันที ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการควบรวมกิจการ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังไม่สรุปผลแน่ชัด แค่อยู่ในช่วงการศึกษา บริษัทก็อาจมีการพูดคุยกันในการประชุมกรรมการบริษัทฯ ซึ่งก็จะมีการบันทึกไว้ในรายงานการประชุม แต่ก็ไม่ต้องเปิดเผยให้ทราบ จนกว่าเหตุการณ์จะแน่ชัด เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทก็ไม่ควรที่จะเปิดสารสนเทศที่ดีด้านเดียว หรือพูดในเชิงโอ้อวด หรือเปิดเผยต่อเนื่องโดยไม่สัมพันธ์กับพัฒนาการของบริษัท หรือเปิดเผยในเชิงสร้างราคา หรือเปิดเผยสิ่งที่ไม่แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่แน่นอน (คือให้ชัวร์ก่อน ค่อยเปิดเผยนั่นเอง) ทั้งหมดนี้ ก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารและทีมงานลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ของบริษัทที่จะต้องเข้ามาดูแล
สุดท้าย ขอปิดท้าย เผื่อว่า คุณๆยังไม่จุใจเกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเปิดเผยข้อมูล ก็สามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.setportal.set.or.th ซึ่งจะมีทั้งจดหมายข่าวสาร กระดานห้องสนทนา เพื่อแลกเปลี่ยนคามเห็นหรือซักถามข้อสงสัย และมีแม้กระทั่งมุมถาม-ตอบ ซึ่งเป็นแหล่งรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียน
[Trackback URL for this entry]
