Tuesday, 2 June 2009

0107: Distressed Company ตอนที่ 1

« 0106: Making sense of an IPO (ตอนที่ 2) | Main | 0108: Distressed Company ตอนที่ 2 »

บริษัทหนึ่งๆ จะขาดทุนหรือมีขาดทุนสะสมมากแค่ไหนก็ได้ต่อให้ขาดทุนจนส่วนทุนติดลบไปแล้วก็ยังไม่ถือว่า "เจ๊ง" ครับ

บริษัทหนึ่งๆ จะ "เจ๊ง" ก็ต่อเมื่อ "ขาดสภาพคล่อง" ต่างหากครับ การขาดสภาพคล่องจะทำให้บริษัทต้องผิดนัดชำระหนี้ ( Default ) ซึ่งนั่นแหละครับถึงที่จะเริ่มมีคนเดือดร้อน (เจ้าหนี้)

เมื่อบริษัทผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้ที่ไม่พอใจจะไปฟ้องศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้เลิกบริษัทเพื่อนำสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาใช้คืนเจ้าหนี้ (เท่าที่จะใช้ได้) นั่นแหละครับ "เจ๊ง" แน่

แต่โดยมากแล้ว บริษัทมักรู้ตัวเองก่อนว่ากำลังจะผิดนัดชำระหนี้เร็วๆ นี้ เพราะเงินสดในลิ้นชักหมด ถ้าหากถึงตอนนี้ เจ้าของบริษัทยังไม่ยอมแพ้ เจ้าของอาจชิงไปขอศาลให้บริษัทเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ทวงหนี้ชั่วคราวก่อนถึงวันชำระหนี้ ถ้าแบบนี้ก็ถือว่าบริษัทล้มละลาย (bankrupt) โดยความสมัครใจ ถ้าศาลอนุญาต เจ้าหนี้ก็ทำอะไรบริษัทไม่ได้ [กระบวนการนี้ถูกเขียนไว้ในหมวดที่ 11 ของกฏหมายล้มละลายของสหรัฐฯ ดังนั้น สำนวนภาษาอังกฤษคำว่า Chapter 11 ก็เลย แปลว่า "ล้มละลาย" ได้ด้วย]  

สาเหตุที่ต้องมีทางเลือกอันนี้ไว้ให้บริษัทด้วยเป็นเพราะ ในบางกรณีนั้น ธุรกิจของบริษัทอาจจะยังมีศักยภาพอยู่ เพียงแต่บริษัทอาจประสบปัญหาสภาพคล่องชั่วคราว แต่เมื่อบรรดาเจ้าหนี้เริ่มได้กลิ่นไม่ดี โดยมากแล้ว บรรดาเจ้าหนี้จะรีบชิงทวงหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เพราะใครช้ามักจะอด แต่ถ้าเจ้าหนี้ทุกรายแห่มาทวงหนี้พร้อมกันหมด ต่อให้บริษัทจะยังมีศักยภาพแค่ไหนก็คงไม่รอด ด้วยเหตุนี้ กฏหมายจึงเปิดทางเลือกให้บริษัท"ขอเวลานอก"ได้ชั่วคราว ให้มีโอกาสได้ขายของสักพัก จนมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น เมื่อบริษัทสามารถกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง ย่อมดีกับทั้งเจ้าของบริษัทและเจ้าหนี้ด้วย แต่ถ้าหาก "ขอเวลานอก" แล้วไม่สำเร็จ ไปไม่รอดอยู่ดี ถึงเวลานั้นค่อยเลิกบริษัทก็ได้

เมื่อบริษัทเข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ จะต้องมีการทำแผนฟื้นฟูกิจการมาเสนอต่อศาล โดยมากแล้วผู้บริหารแผนฟื้นฟูก็มักจะได้แก่เจ้าของบริษัทเองนั้นแหละ เพราะไม่มีใครจะรู้สถานการณ์ของบริษัทดีไปกว่าเจ้าของบริษัทเอง (แต่เจ้าของอาจจ้างมืออาชีพมาช่วยเขียนแผนให้อีกที) แผนฟื้นฟูต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้ด้วย เมื่อศาลอนุมัติแผนฟื้นฟู บริษัทก็จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอาจจะ 3 ปี หรือ 5 ปี หรือกี่ปีก็แล้วแต่ ในช่วงนี้ เจ้าหนี้ห้ามมารบกวนบริษัท และโดยมากแล้ว ส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูมักจะหนีไม่พ้นการปรับโครงสร้างหนี้ด้วย ซึ่งก็คือการเจรจาของลดหนี้จากเจ้าหนี้ (เรียกกันเล่นๆ ว่า haircut) เพื่อช่วยลดภาระของบริษัท โอกาสที่แผนฟื้นฟูจะประสบความสำเร็จจะได้มีมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ งานนี้ เจ้าหนี้น่าสงสารที่สุดครับ

เมื่อครบกำหนดแผนฟื้นฟูแล้ว ศาลจะพิจารณาอีกครั้งว่า ฐานะการเงินของบริษัทเป็นเช่นไร ถ้าหากแข็งแกร่ง บริษัทก็จะออกจากแผนฟื้นฟูกลายเป็นบริษัทปกติอีกครั้ง (ซึ่งต้องเริ่มกลับมาชำระหนี้ด้วย) แต่ถ้าหากดูแล้วยังแย่อยู่แต่ยังพอมีหวังอยู่ ศาลอาจจะพิจารณาให้ต่อแผนฟื้นฟูออกไปอีก ถ้าดูแล้ว ยังไงก็ไม่รอด ศาลก็จะสั่งให้เลิกบริษัท นำสินทรัพย์ขายทอดตลาดเอาเงินมาคืนเจ้าหนี้ (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีอะไรเหลือให้ขายน้อยยิ่งกว่าตอนแรกเสียอีก T_T )    

กระบวนการล้มละลายก็มีอยู่ประมาณนี้ เอาไว้ค่อยมาดูต่อในมุมมองของผู้ถือหุ้นรายย่อยกันบ้าง

Posted by 1001ii at 12:08 AM in 1001 Investment Ideas

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: woody at Tue, 2 Jun 6:06 AM

ขอเพิ่มเติมนิดนึงแล้วกันครับ ระหว่างปรับโครงสร้างนี่อาจจะมีการเปลี่ยนหนี้มาเป็นทุน โดยล้างส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมออกไปทั้งหมดด้วยครับ

Comment: Kenshiro at Wed, 3 Jun 10:32 AM

อยากทราบว่าระหว่างเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ หากเจ้าของมองว่าไงก็ไม่รอดอยู่ดี
เจ้าของบริษัทไซฟ่อน ทรัพย์สิน เงินได้หรือไม่
มีกฏหมายคุ้มครองเจ้าหนี้หรือไม่ ห้าม โอน ขาย ทรัพย์สินของบริษัท

Comment: คนเกี่ยวข้อง at Wed, 3 Jun 10:37 AM

บางบริษัทที่เข้าฟื้นฟูกิจการ ก็เป็นการผ่องถ่ายธุรกิจ (แม่ล้มแต่ลูกรอดและเติบโตดี) โดยอาศัยช่องทางศาลล้มละลายนี้ได้ด้วยเช่นกัน เจ้าหนี้หน้ามืด บางทีอาจล้มเป็นลูกโซ่ได้

Comment: 1001ii at Wed, 3 Jun 10:39 AM

เจ้าของที่คิดจะไซฟ่อนโดยมากแล้วจะกระทำตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าบริษัทจะเริ่มขาดสภาพคล่องแล้ว ไม่รอให้ถึงแผนฟื้นฟู

เจ้าหนี้สามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยการเขียน covenant เอาไว้ เช่น ต้องดำรง d/e ratio ไว้ไม่เกินกี่เท่าตลอดเวลา เป็นต้น

แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชือถือ เพราะเจ้าของบริษัทที่ขี้โกง ยังไงก็หาวิธีจนได้ คนที่ไม่โกง ยังไงก็ไม่โกง การทำธุรกิจมีเงินเข้าออกมากมาย ตามดูไม่ไหว

Comment: LemonProblem at Wed, 3 Jun 7:03 PM

เรื่อง เจ้าหนี้ กับ ลูกหนี้ นี้ทางบัญชีกับทั่วไป ทำเอา งง ไปเหมือนกัน

Comment: chut at Wed, 3 Jun 10:28 PM

พอจะทราบไหมครับว่า รัฐบาลสหรัฐสามารถใช้ chapter 11 ได้ไหมครับอิอิ

Comment: 1001ii at Wed, 3 Jun 11:15 PM

รัฐบาลของแต่ละประเทศสามารถประกาศพักชำระหนี้ได้ (debt moratorium) ครับ

แต่สำหรับสหรัฐฯ ถ้าหากเข้าตาจนจริงๆ คิดว่าคงจะไม่พักชำระหนี้ครับ แต่จะใช้วิธีประดิษฐ์ภาวะเงินเฟ้อขึ้นมาแทนโดยที่ยังคงชำระหนี้ให้อยู่ เงินเฟ้อจะทำให้มูลค่าหนี้เสื่อมลงไปเอง

Comment: woody at Fri, 5 Jun 2:06 AM

แบบตอนนี้หรือเปล่าครับ ฮิฮิ

Comment: kim at Mon, 8 Jun 4:58 PM

พี่ครับ ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ แต่ยังมีสภาพคล่องดีอยู่
เช่นที่ผ่านมาขาดทุนจากค่าเสื่อม และเป็นบริษัทที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มในพวกเครื่องจักร
จะแก้ไขส่วนผู้ถือหุ้นยังไงครับ มีวิธีอื่นนอกจากเพิ่มทุนไหมครับ

Comment: 1001ii at Mon, 8 Jun 7:29 PM

ถ้าไม่ได้ขาดสภาพคล่องก็ไม่ต้องไปทำอะไรก็ได้ ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ

มีขาดทุนสะสมในงบดุลจะทำให้ปันผลไม่ได้ เพราะเขากลัวบริษัทจะเอาเปรียบเจ้าหนี้

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« June »
SunMonTueWedThuFriSat
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930