Wednesday, 25 February 2009

0094: หุ้นที่ห้ามซื้อ

« 0092: ระยะหวังผล | Main | 0097: Efficient Market Hypothesis »

 

ในวิชาการทางด้านการพนัน มีศัพท์เทคนิคอยู่คำหนึ่งคือคำว่า Parimutuel

การพนันบางอย่างเป็นการพนันแบบ Parimutuel หมายความว่า คุณจะได้ผลตอบแทนเท่าไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณแทงถูกหรือไม่อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่ามีคนอื่นที่แทงถูกเหมือนคุณมากน้อยแค่ไหนด้วย ถ้าคุณแทงถูก แต่คนส่วนใหญ่ก็แทงเหมือนกับคุณ อัตราต่อรองจะถูก bid ขึ้นไปสูงเสียจนคนที่แทงถูกแทบจะไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรเลย ตัวอย่างของการพนันแบบ Perimutuel ก็คือ ม้าแข่ง รวมถึงการพนันฟุตบอลแบบที่อัตราต่อรองไหลไปเรื่อยๆ ด้วย 

ที่พูดถึงคำๆ นี้ก็เพราะอยากจะบอกคุณว่า ตลาดหุ้น ก็มีลักษณะเป็น Parimutuel ด้วย การเลือกหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีที่สุด ยังไม่สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ เพราะถ้าหากนักลงทุนคนอื่นๆ ในตลาดก็รู้เหมือนกับคุณ ราคาหุ้นจะ bid ขึ้นไปจนเกินพื้นฐานเสมอ การซื้อหุ้นเหล่านั้นที่ราคาเกินพื้นฐานจึงทำให้ขาดทุนมากกว่าที่จะกำไร ทั้งที่หุ้นเหล่านั้นเป็นหุ้นพื้นฐานดี

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเปรียบกับคณิตศาสตร์ก็เหมือนเป็นสมการสองชั้น นอกจากกิจการที่ลงทุนจะเป็นกิจการที่พื้นฐานดีแล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดจะต้องยังไม่เห็นความดีนั้นด้วย มิฉะนั้นลงทุนไปก็ไม่ได้อะไร เพราะราคาหุ้นที่ลงทุนจะไม่ถูกเมื่อเทียบกับพื้นฐานที่ดีของมัน

ในตลาดหุ้น หุ้นที่เป็นหลุมพรางของนักลงทุนจึงได้แก่หุ้นของบริษัทที่เป็นที่ยอมรับกันเป็นการทั่วไปในตลาดว่ากิจการของหุ้นดีมากเสียจนหาข้อเสียใดๆ ไม่ได้เลย ปกติแล้วหุ้นทุกตัวในตลาดจะมีข้อเสียบางอย่างอยู่ ข้อเสียคือสิ่งที่ช่วยทำให้ราคาหุ้นมีแนวต้าน เมื่อใดก็ตามที่หุ้นตัวใดก็ตามในตลาด สามารถสร้างสตอรี่เพื่อแก้ต่างจุดอ่อนที่อยู่ในความรู้สึกของนักลงทุนทั่วไปในตลาดได้หมดทุกจุด ราคาของหุ้นตัวนั้นก็จะทะยานขึ้นทันทีอย่างกับติดเทอร์โบเนื่องจากหุ้นตัวนั้นจะไม่มีอะไรเป็นแนวต้านอีกต่อไป โดยที่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นฐานของหุ้นจะไร้ที่ติขนาดนั้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แค่ไร้ที่ติในความคิดของนักลงทุนทั่วไปในตลาด ราคาหุ้นก็จะไร้แนวต้านทันที

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้พบเห็น "หุ้นจรวด" เหล่านี้อยู่เป็นระยะๆ โดยมากแล้วมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ หุ้นบางตัวจะถูกมองและเชียร์กันบ่อยๆ ว่าเป็นหุ้นเพียงไม่กี่ตัวในตลาดที่ธุรกิจของมันจะไม่ได้ผลกระทบใดๆ จากเรื่องที่ทุกคนกำลังกังวลอยู่นั้น เมื่อกระแสจุดติด ราคาของหุ้นเหล่านี้จะวิ่งเร็วยิ่งกว่าติดเทอร์โบกลายเป็นว่าวที่ติดลมบน ยิ่งเรื่องที่ตลาดกังวลทำให้ดัชนีปรับตัวลงมากเท่าไรก็จะยิ่งทำให้หุ้นตัวนั้นมีราคาเพิ่มขึ้นสวนตลาดมากขึ้นไปอีก เมื่อราคาหุ้นแข็งมาก นักลงทุนส่วนหนึ่งจะเข้ามาหลบภัยในหุ้นตัวนั้นเพื่อให้พอร์ตของตัวเองชนะตลาด ทำให้ราคาหุ้นตัวนั้นยิ่งแข็งขึ้นไปอีกเป็นปฏิกิริยาย้อนกลับในเชิงบวก ความที่ราคาหุ้นไม่ลงเลย ทำให้ยิ่งมีนักลงทุนที่อยากเป็นเจ้าของหุ้นตัวนั้นเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นหุ้นแต่ถือแล้วสบายใจยิ่งกว่าพันธบัตร เวลานี้ฟองสบู่ได้ก่อตัวขึ้นมาแล้ว

การซื้อหุ้นเหล่านั้นในช่วงเวลาแบบนั้นเป็นเรื่องอันตรายที่สุด ราคาหุ้นอาจแข็งแกร่งอยู่อย่างนั้นได้เป็นปีๆ แต่ในวันที่ทุกอย่างปรากฏขึ้นมาว่ากิจการของหุ้นนั้นดีจริง แต่ไม่ดีมากขนาดที่จะ justify ราคาหุ้นที่สูงลิ่วขนาดนั้นได้ หุ้นมักจะปรับตัวลงอย่างรุนแรงม้วนเดียวจบจนตั้งตัวไม่ทัน พูดง่ายก็คือตัวใครตัวมันล่ะครับ (the party is over)

ในตลาดหุ้น หุ้นที่ห้ามซื้อเด็ดขาดจึงได้แก่ หุ้นที่ไม่มีข้อเสียใดๆ เลย เหมือนการแท้งม้าตัวที่ทุกคนเชื่อว่าจะเข้าวินจะไม่ได้ประโยชน์อะไร วิธีการเล่นหุ้นแบบหนึ่งที่จะล้มเหลวเสมอคือ ซื้อหุ้นที่นักวิเคราะห์ทุกสำนักแนะนำให้ "ซื้อ" เพราะเมื่อใดก็ตามที่ทุกคนในตลาดเห็นด้วยว่าดีแล้ว ย่อมไม่เหลือใครในตลาดอีกที่อยากได้หุ้นตัวนั้น แต่ยังไม่ได้ซื้อ หุ้นจึงแทบไม่เหลือแรงส่งขึ้นไปได้อีกแล้ว นอกจากรอเวลาที่จะร่วงลงมาเมื่อใครสักคนที่มีหุ้นนั้นเริ่มอยากขายทำกำไรออกมา

นักลงทุนที่ดีต้องทำตัวเหมือนคนที่ยึดอาชีพเป็น "แมวมอง" แมวมองเลือกที่จะทุ่มให้กับคนที่ยังไม่ดังแต่มีแววว่าจะดังเท่านั้น เมื่อคนนั้นกลายเป็นคนดังขึ้นมาชั่วข้ามคืน แมวมองก็จะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลจากความ "ตาถึง" ของเขา ในขณะที่ "คนดู" สนใจกันแต่ดาราที่ดังแล้ว ยิ่งดังเท่าไรยิ่งชอบ คนดูจึงต้องเป็นฝ่ายเสียเงินตลอด (ค่าบัตรคอนเสิร์ต ค่าตั๋วหนัง ฯลฯ) หุ้นที่น่าลงทุนกว่าคือหุ้นที่ยังมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีอยู่ แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านั้นสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ในอนาคต ถ้าเราเลือกซื้อแต่ดอกไม้ที่มีคนคัดมาให้เราแล้วเราจะได้ดอกไม้ที่ดีก็จริง แต่เราจะต้องเป็นฝ่ายเสียเงินให้คนคัดดอกไม้เสมอ สู้ทำตัวเป็นคนคัดดอกไม้ในตลาดหุ้นไม่ดีกว่าหรือครับ   จบข่าว

 

 

Posted by 1001ii at 7:58 AM in 1001 Investment Ideas

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: Yo at Wed, 25 Feb 10:16 AM

ขอบคุณมากครับ เป็นบทความที่ทันต่อเหตุการณ์และเตือนสติได้เป็นอย่างดีทีเดียว

Comment: sathit at Wed, 25 Feb 1:46 PM

- ข้อผิดพลาดที่เกิดได้ง่าย คือถ้าใช้อารมณ์ของผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
-ให้ตัวอย่างได้กระจ่างแจ้งมากครับ ทำให้ผมนึกอยากเป็นแมวมองแทนที่จะเป็นแต่คนดู

Comment: notation at Thu, 26 Feb 5:17 PM

CPALL ?

Comment: 1001ii at Thu, 26 Feb 10:39 PM

หุ้น high flyer มีอยู่เรื่อยๆ ล่ะครับ ไม่ได้เจาะจงพูดถึงตัวไหน

Comment: richy at Fri, 27 Feb 4:37 PM

ผมว่าไม่มีหุ้นตัวใดในตลาดที่ไม่มีข้อเสีย หรือเพอร์เฟคต์หมดทุกอย่างหรอกครับพี่สุมาอี้ เพียงแต่เราจะมองจุดอ่อนของหุ้นหรือกิจการนั้นออกรึป่าว อย่างหุ้นที่แต่ก่อนทุกโบรกแนะนำให้ซื้อ อย่าง TOP PTT ปัจจุบันเป็นอย่างไรทุกคนคงทราบดี แต่หุ้นบางตัวก็มีพื้นฐานที่แกร่งกำไรที่สม่ำเสมอ ก็ต้องพิจารณาถึงราคาหุ้นเทียบกับพื้นฐาน กำไร ของกิจการนั้นๆ ว่าถูกหรือไม่

ณ ปัจจุบันผมคิดว่าหุ้นที่แกร่งจริงตอนนี้คือ banpu แต่ผมไม่ได้หมายความว่าไม่มีจุดอ่อนของธุรกิจ ธุรกิจก็คงเป็นไปตามราคาถ่านหินในตลาดโลก ในอนาคตถ้าราคาถ่านหินตกตำ Banpu ราคาก็คงจะกลับมาอยู่ในจุดที่ควรเป็น

ท่สน อ. สุมาอี้ มีความเห็นว่าอย่างไรมั่งครับ ผมติดตามหนังสือของ อ. มาตลอดครับ ตั้งแต่ ทฤษฎีเกม จนถึงเอาตัวรอดในหุ้น ..... ขอบคุณล่วงหน้าครับ

Comment: 1001ii at Fri, 27 Feb 6:10 PM

เห็นด้วยครับว่าไม่มีธุรกิจไหนที่ไม่มีข้อเสียเลย ที่จริงผมชอบธุรกิจที่ยังมีข้อเสียเหลืออยู่ เพราะทำให้มี room ที่จะดีขึ้นได้อีกมาก เพียงแต่ข้อเสียเหล่านั้นต้องเป็นข้อเสียที่เราคิดว่าบริษัทมีศักยภาพมากพอที่จะบริหารจัดการหรือปรับปรุงมันได้ในอนาคต

บ้านปูเป็นองค์กรที่ดีมากครับ แต่ผมคิดว่าที่ราคาหุ้นพุ่งเมื่อปีที่แล้วน่าจะเกิดจากราคาถ่านหินเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพราะนักลงทุนเห็นความดีขององค์กร เพราะบ้านปูก็เป็นองค์กรอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

เท่าที่ทราบ ผลประกอบการของบ้านปูจะตามหลังพื้นฐานนานพอสมควรเพราะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายถ่านหินระยะยาวกับลูกค้า ดังนั้นการที่ราคาถ่านหินร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว กว่าจะเห็นงบการเงินแย่ลงก็ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรเลยทีเดียว

ถ้าดูในแง่ output ในช่วง 3 ปีข้างหน้าก็ถือว่ามีการเติบโตพอสมควร (แต่ไม่ถึงกับโดดเด่น) แต่ราคาถ่านหินในอีก 3 ปีนี่สิครับ ทายยาก...

Comment: เอก at Fri, 27 Feb 7:09 PM

เหมือน UMS ยังไงชอบกล

Comment: ก้อนหิน at Fri, 27 Feb 7:18 PM

ผมสงสัยอยู่แค่ประโยคเดียวอะครับพี่

วิธีการเล่นหุ้นแบบหนึ่งที่จะล้มเหลวเสมอคือ ซื้อหุ้นที่นักวิเคราะห์ทุกสำนักแนะนำให้ "ซื้อ"

มันมีเมื่อไหร่ที่เค้าไม่ได้บอกให้ซื้อด้วยเหรอครับ

Comment: 1001ii at Fri, 27 Feb 10:13 PM

555+ จิงด้วยครับ

ผมเคยคิดเล่นๆ ว่า พวกนักวิเคราะห์จะมีรหัสลับในการแนะนำให้นักลงทุนขายนะครับ

ซื้อเพื่อลงทุน
ซื้อเมื่ออ่อนตัว
long-term buy

คำเหล่านี้จริงๆ แล้ว แปลว่า "โกยเถอะโยม" ครับ :-)

Comment: ซวย at Sat, 28 Feb 1:35 AM

โดนใจจริงๆ โดนไปเต็มๆ เหมือนกันค่ะ แถมยังโง่ซื้อเพิ่มเข้าไปอีก ทั้งๆ ที่เจ้าของที่ดูเหมือนจะใช้วิธี insider trading เทขายออกมาหลายระลอกแล้ว

Comment: 1001ii at Sat, 28 Feb 5:39 PM

ธุรกิจนำเข้าถ่านหินของ UMS และ AGE จะดีก็ต่อเมื่อราคาน้ำมันสูงผิดปกติเท่านั้น

แต่ในภาวะที่น้ำมันถูกมากขนาดนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่โรงงานจะเปลี่ยนมาใช้ถ่านหิน ใช้น้ำมันเตาต่อไปเรื่อยๆ สบายกว่า เพราะทั้งถูก ทั้งไม่ต้องเสี่ยงกับการลงทุนซื้อ boiler ตัวใหม่ ในภาวะเช่นนี้ บริษัทนำเข้าถ่านหินจะหาลูกค้าใหม่ได้ยากมากหรือถึงขั้นหาไม่ได้เลย

ถ้าน้ำมันไม่กลับมาแพงอีกต่อไป ธุรกิจนำเข้าถ่านหินก็จะอยู่ไม่ได้ในระยะยาวครับ

Comment: ily at Sat, 28 Feb 6:01 PM

จากที่อ่านเรื่องทฤษฎีเกมส์
ตอนนี้ทั่วโลกกำลังอยู่ในเกมส์แห่งความร่วมมือร่วมใจใช่ไหมคะ
แล้วผลที่ได้รับจะดีทึ่สุดสำหรับผู้เล่นทุกรายใช่ไหมคะ

Comment: 1001ii at Sat, 28 Feb 6:52 PM

อึม เรื่องถ่านหิน อย่าบอกว่าอยู่ไม่ได้เลย ใช้คำว่า โตไม่ได้ในระยะยาวมากกว่า เพราะลูกค้าเก่ายังมีอยู่

ตอนนี้ทุกประเทศพร้อมใจกันลดดอกเบี้ยและขาดดุลงบประมาณ ส่วนจะได้ผลแค่ไหนก็แล้วแต่ระดับความรุนแรงของปัญหาเทียบกับเงินที่อัดฉีดลงไปนะครับ

Comment: ย่าหยา at Mon, 2 Mar 12:18 PM

เจอมาแล้วค่ะ..หุ้นที่ถูกเชียร์ว่าดี 80-90% จากโบรกฯ
เรียกว่า...เจ็บนี้อีกนาน...555

Comment: golfkinmon at Sat, 7 Mar 2:43 PM

พี่สุมาอี้เฉียบคมจริงๆ ครับ เยี่ยมจริงๆ ชอบประโยคนี้ครับ

[นักลงทุนที่ดีต้องทำตัวเหมือนคนที่ยึดอาชีพเป็น "แมวมอง" แมวมองเลือกที่จะทุ่มให้กับคนที่ยังไม่ดังแต่มีแววว่าจะดังเท่านั้น เมื่อคนนั้นกลายเป็นคนดังขึ้นมาชั่วข้ามคืน แมวมองก็จะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลจากความ "ตาถึง" ของเขา]

หนังสือของพี่สุมาอี้(มีลายเซ็นต์ด้วยอิอิ)ผมอ่านหมดแล้วครับช่วยเปิดมุมมองได้ให้ผมได้มากเลยที่เดียวครับ

Comment: ขาประจำ at Tue, 31 Mar 10:46 PM

มาลงชื่อ แต่รู้สึกว่า หุ้นเหมือนของขวัญ 4 กล่อง กล่องแรก ห่อสวย ข้างใน ก็สวย เรียกว่าดีพร้อม เช่น PTT หาที่ติแทบไม่มีแต่แพงมาก กล่องที่สอง ห่อเฉิ่มเบ้อ แต่ของข้างใน เลิศ เป็นหุ้นประเภท แมวมองของคุณสุมาอี้ มันยังมีข้อติคือ ห่อไม่ค่อยสวย หรือว่าภายนอกไม่น่าสนใจแต่ งบการเงิน ผลประกอบการเยี่ยม ของขวัญกล่องที่สาม นอกห่อสวย แต่แกะกล่องออกมา เน่าใน เช่นหุ้นที่คนแห่ซื้อเพราะคิดว่าดีที่สุด แต่ว่าพอดูที่งบการเงิน เน่า ตกแต่งตัวเลข เช่นหุ้น ของ ... เด๋วโดนฟ้อง และของขวัญกล่องสุดท้าย ห่อก็ไม่สวย แกะกล่องดูข้างในก็ไม่สวย เช่นหุ้นที่ โบรกเกอร์เชียร์เท่าไหร่ก็เชียร์ไม่ขึ้นเป็นต้น หรือว่า หุ้นขี้เหร่ ผลประกอบการแย่ รอวันออกจากตลาดเท่านั้น

Comment: mod at Tue, 7 Apr 5:07 PM

เป็นบทความที่ผมชอบมากที่สุดบทหนึ่งเลยครับ ^^

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« February »
SunMonTueWedThuFriSat
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728