Sunday, 8 February 2009
0096: ซื้อเฉลี่ยขาลง???
« 0089 : Stock Selection is not Everything. | Main | 0092: ระยะหวังผล »เป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่นักลงทุนจะชอบซื้อเฉลี่ยขาลง...
ถ้าซื้อหุ้น A ที่ราคา 10 บาท แล้ววันต่อมาหุ้นตกทันทีเหลือแค่ 9 บาท เราจะอยากซื้อเฉลี่ยขาลง เพราะเหมือนได้ซื้อของถูกกว่าเดิม ที่สำคัญ ต้นทุนเฉลี่ยของเราจะลดลงด้วยทำให้เราขาดทุนลดลงจาก 10% เหลือแค่ 5% แบบนี้ใครจะไม่อยากทำ
แต่เดี๋ยวก่อน โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี จริงอยู่ที่การซื้อเฉลี่ยขาลงทำให้เราขาดทุนน้อยลงเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุน แต่สิ่งที่เราต้องนำไปแลกคือ Risk Exposure ที่เพิ่มขึ้น พอร์ตของเรามี Exposure ผูกกับหุ้นตัวนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว
ถ้าความซวยยังไม่หยุด หุ้น A ดันหล่นลงต่อไปเหลือแค่ 8 บาท คราวนี้เราจะมองเห็นได้ว่าเงินก้อนที่สองที่ใส่ลงไปไม่ได้ช่วยทำให้เงินก้อนแรกขาดทุนน้อยลงจริงอย่างที่เราคิด ตอนนี้กลายเป็นว่าเราขาดทุนทั้งเงินก้อนแรกและเงินก้อนที่สองด้วย แทนที่จะขาดทุนแค่ 2 บาทจากเงินก้อนแรกก้อนเดียวถ้าตัดใจไม่ซื้อเฉลี่ย ตอนนี้เรากลับต้องมาขาดทุนรวมทั้งหมดมากถึง 3 บาทแทน
เพราะฉะนั้น "การซื้อเฉลี่ยขาลงจึงเป็นการทำให้การขาดทุนเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ลดลงแต่เมื่อคิดเป็นจำนวนเงินแล้วจะสูงขึ้น"
คนที่ชอบการซื้อเฉลี่ยขาลงมักจะแย้งว่า หุ้นดียิ่งตกเราต้องยิ่งซื้อ แต่พวกเขาลืมไปว่าตรรกนั้นจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ เราสามารถเลือกหุ้นได้ถูกต้องทุกครั้ง แต่อย่างที่บอกไปแล้วเมื่อครั้งก่อนว่าแม้แต่คนที่เก่งที่สุดยังเลือกหุ้นถูกแค่ 65% เท่านั้น การลงทุนและธุรกิจเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก การเลือกหุ้นทุกครั้งจึงต้องเผื่อใจเสมอว่า ตลาดอาจเป็นฝ่ายคิดถูกในขณะที่เราคิดผิดเองก็ได้ ฉะนั้นเราต้องเผื่อกรณีที่เราอาจจะวิเคราะห์ผิดพลาดเอาไว้ด้วย มีโอกาสเสมอที่หุ้นที่เราซื้อจะมีพื้นฐานที่แย่ลงเรื่อยๆ อย่าง"ถาวร" ไม่เป็นการบังควรที่จะเดิมพันกับหุ้นตัวที่ซื้อด้วยการซื้อเฉลี่ยขาลงอย่างไร้ขีดจำกัด
ถ้าคุณซื้อหุ้นแล้วหุ้นลง ที่จริงแล้ว ถ้าคุณมั่นใจว่า ราคาหุ้นที่ซื้อเป็นราคาที่ undervalued แน่ๆ สิ่งที่คุณควรทำมากกว่าคือ การอยู่เฉยๆ เพราะถ้าหุ้นนั้น undervalued จริงๆ สุดท้ายแล้วมันจะต้องกลับขึ้นมาใหม่ได้ การซื้อเฉลี่ยขาลงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่คุณจะเสียหายหนักถ้าหากหุ้นตัวนั้นได้ undervalued จริง บ่อยครั้งที่เราอยากซื้อเฉลี่ยขาลง เพราะเราไม่ชอบที่คนอื่นสามารถซื้อหุ้นตัวนั้นได้ต่ำกว่าเรา (ก็เราเจอหุ้นเด็ดตัวนี้ก่อนพวกเขานี่หน่า) แต่อย่าลืมว่าผลงานของคุณจะเป็นอย่างไรนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีคนอื่นซื้อได้ถูกกว่าคุณหรือไม่เลยสักนิด
ผมไม่ได้ถึงกลับบอกว่าห้ามซื้อเฉลี่ยขาลงเด็ดขาด แต่อยากให้เข้าใจว่าการซื้อเฉลี่ยขาลงไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาหุ้นตกได้อย่างที่คิด แต่เพิ่มโอกาสที่เราจะหมดตัวมากกว่า คุณอาจซื้อเฉลี่ยขาลงบ้างก็ได้ แต่ขอให้ set ลิมิตเอาไว้ทุกครั้งว่าเราสามารถขาดทุนกับหุ้นตัวเดียวได้มากที่สุดแค่ไหน ถ้าซื้อเกินลิมิตนี้แล้วหุ้นยังลงต่อไปอีก ต้องลดความต้องการที่จะเอาชนะลง ยอมรับความผิดพลาดครั้งนั้นเสีย และไม่ซื้อเฉลี่ยเพิ่มอีก คนที่ชอบซื้อเฉลี่ยขาลงส่วนหนึ่งมีความเชื่อว่าหุ้นที่ลงมากๆ แล้วสุดท้ายก็ต้องขึ้น แต่ในความเป็นจริง ไม่ได้มีกฏอย่างนั้นอยู่ในตลาดหุ้น
Don't buy into destitution!!
Charles G.Watts สอนก็นักลงทุนว่า อย่าซื้อเฉลี่ยขาลง เพราะแม้ว่า 4 ใน 5 ครั้งหุ้นมักจะกลับมาได้ก็จริง แต่ถ้าเราถือคติยิ่งตกยิ่งซื้อ กำไรทั้งหมดที่ได้มาในสี่ครั้งแรกรวมทั้งทุนของเราจะหายไปกับครั้งที่ 5 แค่เพียงครั้งเดียว คนที่ไม่เคยซื้อเฉลี่ยขาลงจะไม่มีวันหมดตัว
อยากให้ สุมาอี้เขียนหรือแปลหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
ตอนนี้ติดตามผลงานเขียนทุกเล่มเรย ชอบมาก
ขอเรียนถามว่า หุ้นโภคภัณฑ์ที่ติดอยู่ในราคาสูงเช่นน้ำมัน
และเหล็ก กำลังคิดว่าอยากจะซื้อเฉลี่ยเป็นบางตัว..พอได้
อ่านที่คุณเขียนครั้งนี้ ทำให้ชะงักไปเลย เพราะอ่านดูแล้ว
เท่ากับว่าให้อยู่เฉยๆก่อน ใช่หรือไม่คะ? แล้วจะมีโอกาส
ลืมตาอ้าปากกะเขาได้บ้างไหมคะคุณสุมาอี้..?...:)
สวัสดีครับคุณ oo ไม่ได้คุยกันนานแล้ว นอกจากเรื่อง ไคจิ แล้ว มีเรื่องไหนทำนองนี้น่าอ่านอีกมั้ยครับ
หนังสือเกี่ยวกับการลงทุนคงต้องแล้วแต่โอกาสนะครับคุณ เอ (รายสะดวก) แต่หนังสือแนวเศรษฐศาสตร์คงออกมาอีกเรื่อยๆ
ผมไม่รู้จริงๆ ว่าโภคภัณฑ์จะเป็นอย่างไรต่อไปครับคุณย่าหยา แต่ถ้าเป็นผม ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะลุ้นหุ้นโภคภัณฑ์ว่าจะฟื้นแบบเต็มตัว ถ้าเล่นหวังรีบาวด์สั้นๆ พอได้ ถ้าจะซื้อแบบลงทุน แทนที่จะซื้อหุ้นโภคภัณฑ์เพื่อเฉลี่ยต้นทุน เอาเงินไปซื้อหุ้นของธุรกิจที่ดูแกร่งๆ ดีกว่าเพราะวิกฤตอาจจะนาน ต้องเลือกเรือลำแข็งๆ หน่อย
เอาไว้อีกห้าหกปีโภคภัณฑ์ยังไม่ฟื้น ค่อยเข้าไปเก็บแบบถือยาวน่าลุ้นมากกว่าครับ เพราะอย่างเช่นปิโตรต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 4 ปีกว่า oversupply จะหมดไป
แค่ความเห็นส่วนตัวครับ ขอให้โชคดีกับการลงทุน
ขอบคุณมากคุณสุมาอี้ ที่ช่วยทำให้ตาสว่างขึ้นหน่อย..จะ
พยามทำใจไม่ให้เศร้า ...( 3-4 ปี นี่มันนานจัง ! )
ผมไม่ชอบซื้อ ถั่วเฉลี่ยขาลงเลย แต่ชอบซื้อ ถั่วเฉลี่ย ขาขึ้น จะโอเคไม๊คับ อาจารย์? ผมชอบและ อ่านบทความของอาจารย์มากๆ รู้สึกว่าจะอ่านเกือบหมดทุกตอน ขอขอบคุณอาจารย์ที่แบ่งปัน สิ่งที่ดีๆ ให้ อิอิ
อาจารย์ครับ ที่ว่า ปิโตร ต้องใช้ อย่างน้อย 4 ปี ที่ จะใช้ oversupply หมดไป ถ้าดูตอนวิกฤตน้ำมันแพง ตอนปี 70 สงคราม อิรักอิหร่านทำให้ น้ำมัน แพง จนถึง 100 ดอล ต่อบาร์เรล ต้องรอเวลา ถึง 6 ปี เศรษฐกิจถึงจะฟื้น แต่ ผมว่า ตอนนี้ ไม่น่าจะเกิน 2 ปี นะครับ เพราะว่า จีนที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สูงๆ จะเป็นตัว ฉุดลากของเศรษฐกิจโลกแทน อาจารย์คับ ช่วยวิจาร์ณ แนวคิดของผมหน่อยครับ
ผมว่าบทความพี่สุมาอี้ กับ Comment น่าจะรวมเล่มไว้อ่าน
เผื่อพกไปอ่านได้ในที่ต่างก็คงจะดีนะครับ ติดตามผลงานทุกเล่ม
พกติดตัวไว้อ่านบนรถได้
ผมไม่อยากซื้อขาลงเหมือนกันครับ
เเต่ผมมีเงินเดือนเข้า ทุกๆเดือนเลยต้องค่อยๆซื้อ มันไม่มีเงินก้อนใหญ่
ที่จะใส่ไปก้อนเดียวเลย ควรทำอย่งไงดี
ตอนนี้ควรจะเลือกหุ้น Cycle ที่ราคาถูกๆ หรือหุ้นเเข็งเเรงที่เเพงดีอะครับ ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยกล้าเข้าตัวไหนเลย


ขอบคุณมากสำหรับบทความครับ ผมเพิ่งได้ลองเล่นไพ่ตีแตก เมื่อไม่นานมานี้ พยายามคิดถึงหลักการที่คุณสุมาอี้ เคยกล่าวถึงบ่อยๆ เรื่องเวลาเสียให้เสียทีละน้อยๆ เพื่อรอคอยโอกาสที่จะทำกำไรครั้งละมากๆ อย่าให้เป็นแบบ ทำกำไรครั้งละน้อยๆ แต่เสียครั้งละมากๆ พอลองเอามาลองกับไพ่แล้วรู้สึกว่าเข้าใจมากขึ้นเยอะเลยครับ มากกว่าตอนอ่านเฉยๆ เลยหวังว่าจะเอามาใช้กับหุ้นได้บ้างในโอกาสต่อๆไปครับ คงเหมือนฟุตบอลที่ต้องมีกองหลังแกร่งๆ จะมีโอกาสสำเร็จมากกว่าพวกทีมที่เน้นเกมบุกหนักๆ
ปล. ยังได้อ่านการ์ตูนเรื่อง ไคจิ กลโกงเกมมรณะอยู่รึเปล่าครับ :)