Monday, 12 May 2008
0058: โอกาสในการเติบโต
« 0057: เลือกหุ้นเพื่อการลงทุน | Main | 0059: Upside, where are you? »เวลาเลือกหุ้น ผมมีเคล็ดลับอยู่อย่างหนึ่งคือ ผมมองที่อนาคตมากกว่าปัจจุบัน...
กิจการที่พื้นฐานปัจจุบันดีมากๆ แต่ดูแล้วแทบจะไม่เหลือหนทางที่จะดีขึ้นได้อีกไม่ใช่กิจการที่น่าสนใจ สมัยที่ผมเริ่มต้นลงทุนใหม่ๆ ผมมัวแต่ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน สุดท้ายแล้ว ผมก็ได้แต่หุ้นของบริษัทดีๆ ที่ราคาเต็มมูลค่าแล้ว ถือทิ้งไว้ในพอร์ตราคาก็ไม่ไปไหน
เดี๋ยวนี้ เวลาผมมองหุ้น ผมจะมุ่งประเด็นไปที่ว่า กิจการนั้นยังมีอะไรที่เป็น "Upside" ได้อีกบ้าง บ่อยครั้งที่ผมพยายามนั่งคิดออกมาเป็นข้อๆ แล้วเขียนใส่กระดาษ กิจการที่ดูธรรมดาแต่เต็มไปด้วยช่องทางที่จะดีขึ้นได้อีกมากในอนาคต เป็นกิจการที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
การมองอนาคตของผมนั้นไม่จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์อะไรมากมายเป็นเพียงแค่การใช้เหตุผลธรรมดาๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทเป็นโรงงานผลิตน้ำปลา โอกาสที่ตลาด ( Demand Trend) จะเติบโตขึ้นอีกอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตคงจะมีน้อย เพราะน้ำปลาที่เป็นสินค้าพื้นฐานที่คนไทยบริโภคกันจนเต็มที่แล้ว และที่ผ่านมาบริษัทก็แทบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ออกมาเลยในช่วงหลายๆ ปี แบบนี้ถ้าจะหวัง Upside คงจะยาก (ต้องหวังพึ่งดวงอย่างเดียว) หุ้นแบบนี้น่าจะตอบสนองนักลงทุนเรื่องของความมั่นคงได้ดี เพราะคนไทยคงไม่เลิกกินน้ำปลากันง่ายๆ แต่ถ้าจะหวังโอกาสเติบโต คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เป็นต้น
Upside ของหุ้นนั้นมีได้หลายสาเหตุ การที่บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่ตลาดเติบโตสูงทุกปี เช่น ยานยนต์ส่งออก โรงพยาบาล ก็เป็น Upside อย่างหนึ่ง หรือบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตน้อยแต่บริษัทมีข้อได้เปรียบคู่แข่งบางอย่างที่ชัดเจนมากทำให้มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็เป็น Upside อีกรูปแบบหนึ่ง ช่วงนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ ก็มี Upside ที่เกิดจากแนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดโลกที่เป็นขาขึ้น หรือธุรกิจบางอย่างที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐ เช่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีศักยภาพในการรับงานเมกกะโปรเจ็ค หรือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการภาษี ก็มี Upside ด้วยเช่นกัน การลงทุนในห้นที่มี Upside นั้นทำให้เรามีโอกาสได้กำไรจากการลงทุนในระดับสูง เช่น 1 เท่า 2 เท่า หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้
แม้ว่าหุ้นที่มี Upside สูงๆ มักจะมี Downside พ่วงมาด้วย แต่พอร์ตที่ประกอบด้วยหุ้นหลายๆ ตัวที่มี Upside มากกว่า Downside และมีความเกี่ยวข้องกันน้อย จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยของทั้งพอร์ตในระยะยาวในระดับที่น่าประทับใจมากกว่า พอร์ตที่มีหุ้นตัวเดียวของกิจการที่มั่นคงมากๆ แต่ไม่มี Upside อะไรเลย แม้ว่าพอร์ตอย่างแรกนั้นจะมีความผันผวนมากกว่าก็ตาม
[Trackback URL for this entry]
เห็นด้วยครับ หนังสือพี่ อ่านง่ายดี ยกตย.เห็นภาพ
ผมได้ความรู้จาก มหัศจรรย์แห่งกลยุทธ์ทางธุรกิจเยอะเลย
ตลาดหนังสือ หาหนังสือที่เขียนวิเคราห์ธุรกิจเพือการลงทุนไม่ค่อยมีเลยคับ
ถ้าพี่เขียน จะอุดหนุนคนแรกเลย :D
ปล. ระหว่างนี้ พี่มีหนังสือ แนววิเคราห์ธุรกิจเพื่อการลงทุนแนะนำบ้างไหมคับ :D
เคยมีความคิดว่าจะทำบ้างเหมือนกัน แต่คงต้องขึ้นอยู่กับความเป็นไปได้ในเชิงการตลาดมากกว่านะครับ
ส่วนสำหรับหลายๆ ท่านที่สอบถามเกี่ยวกับหนังสือวัดมูลค่าหุ้นมา ตอนนี้ของหมดแล้ว ผมกำลังทำเวอร์ชั่นใหม่อยู่ครับ คงต้องรออีกสักพัก ถึงจะได้เห็นในร้านหนังสือ

อยากให้พี่เขียนหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อการลงทุนครับ