Wednesday, 7 May 2008

0057: เลือกหุ้นเพื่อการลงทุน

« 0056: เพิ่มทุน ตอนจบ | Main | 0058: โอกาสในการเติบโต »

ในความคิดของผมนั้น ถ้าเราจะเลือกหุ้นสักตัวเพื่อการลงทุน นอกเหนือจากความเป็นองค์กรที่ดีและความน่าเชื่อถือของผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า "โอกาสในการเติบโตของกิจการ" นั้นๆ ในอนาคต

การถือหุ้นเป็นระยะเวลานานๆ นั้น ถ้าเรามุ่งประเด็นไปที่เงินปันผลมากๆ เช่น 7-8% ต่อปี ต่อให้บริษัทสามารถรักษาอัตราจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูงเช่นนั้นต่อไปได้จริงในอนาคต แต่ถ้ากิจการของบริษัทไม่มีการเติบโต ผลตอบแทนของการถือหุ้นนั้นไว้เป็นระยะเวลานานๆ ก็แค่เท่ากับ 7-8% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งบางคนอาจจะมองว่ามากพอเพราะมากกว่าการฝากธนาคาร แต่หากคิดถึงความเสี่ยงที่ต้องแบกรับจากการลงทุนให้หุ้น (Risk-adjusted return) ซึ่งสูงกว่าการฝากธนาคารเป็นอย่างมากแล้ว ถือว่าได้ผลตอบแทน "ต่ำกว่า" การฝากธนาคาร การลงทุนในหุ้นจะต้องได้ผลตอบแทนอย่างน้อย 10% ต่อปีจึงจะถือว่าชนะการฝากธนาคารจริงๆ

ดังนั้น โดยส่วนตัวแล้ว เวลาผมลงทุน ผมไม่เคยมองเงินปันผลเลย แม้ผมจะถือว่าเงินปันผลเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนที่จะได้รับ แต่ผมไม่ได้เอาเงินปันผลมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลือกหุ้นเลย เพราะผลตอบแทนส่วนใหญ่ที่คุณจะได้รับจากหุ้น (ถ้าคุณลงทุนได้ผลตอบแทนมากกว่าความเสี่ยง) จะมาจาก Capital Gain เป็นส่วนใหญ่ ผลตอบแทนที่ได้รับจากเงินปันผลนั้นเป็นสัดส่วนที่น้อยมากจนแทบไม่ต้องสนใจเลยก็ได้ (ยกเว้นว่าคุณลงทุนได้ผลตอบแทนต่ำกว่าความเสี่ยง อันนั้นผลตอบแทนจากเงินปันผลจะมีนัยสำคัญขึ้นมาทันที)

ถ้าลองติดตามธรรมชาติและความเป็นไปของบริษัทจำนวนมากจะพบว่า หลายบริษัทจะมีช่วงระยะเวลาหนึ่งในชีวิตของมันที่มันสามารถรักษาอัตราการเติบโตให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานได้ (Period of sustainable growth) บางบริษัททำได้ 3 ปี บางบริษัททำได้ 5 ปี บางบริษัททำได้ 10-20 ปีเลยก็มี (แต่มีน้อย) หลังจากนั้นพวกมันจะกลับสู่สภาวะปกติที่มีการเติบโตในระดับธรรมดาๆ ที่ไม่น่าสนใจ (หรือถดถอยไปเลยก็มี) ช่วงเวลาที่ว่านี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเกิดขึ้นกับบริษัทที่ยังมีขนาดเล็กอยู่เสมอไป บริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากก็เคยเข้าสู่ช่วงเวลาแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งในชั่วชีวิตของมัน ตัวอย่างเช่น หุ้น ปตท.สผ. ซึ่งเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่และบริษัทก็มีอายุยาวนานมากแล้ว แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็ยังสามารถมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ต่อเนื่องได้ (การเติบโตสูงๆ แบบนี้จะจบลงในที่สุด แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไร และหลังจากนั้นมันก็สามารถกลับมาเติบโตสูงๆ แบบนี้อีกในอนาคตได้อีกด้วย เมื่อมันมีความพร้อมอีกครั้ง)  นักลงทุนที่เข้าลงทุนได้ทันในช่วงต้นๆ ของระยะเวลาที่ว่านี้จะได้รับผลตอบแทนที่สูงมากจากการหุ้นถือนั้นไว้นานๆโดยที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยการซื้อๆ ขายๆ ให้ได้ผลตอบแทนสูงเลย การเลือกหุ้นเพื่อ"การลงทุน"นั้นก็ต้องมีจุดมุ่งหมายที่จะแสวงหาโอกาสในลักษณะเช่นนี้นี่แหละ พวก Growth investors อยากให้หุ้นทุกตัวในพอร์ตของเขามีแต่หุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้ของมันตลอดเวลา

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเข้าสู่ช่วงเวลาที่ว่านี้ ต้องเกิดจากปัจจัยสองอย่างที่เกื้อหนุนกันพอดี คือ อุตสาหกรรมของบริษัทกำลังมี Demand Trend ที่ดี (ความต้องการของตลาดที่สูงทำให้ขนมพายกำลังใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว) และสองคือ บริษัทมีข้อได้เปรียบคู่แข่งที่ชัดเจน (ช้อนของบริษัทใหญ่กว่าช้อนของคู่แข่งรายอื่น) ในช่วงเวลาที่ปัจจัยทั้งสองอย่างนี้เกื้อหนุนมากๆ บริษัทจะสามารถเติบโตได้อย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว อย่างในกรณีของ ปตท.สผ. ความต้องการพลังงานของโลกที่เพิ่มขึ้นได้ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน บริษัทก็อยู่ในฐานะที่ค่อนข้างได้เปรียบคู่แข่งในอ่าวไทยมาโดยตลอด และบริษัทก็สร้างศักยภาพในการเป็น oil operator ขึ้นมาได้ทันกับโอกาสในการแสวงหาการเติบโตในต่างประเทศได้ทันพอดี เป็นต้น   

Posted by 1001ii at 11:09 AM in 1001 Investment Ideas

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: chut at Thu, 8 May 10:24 PM

ผมเห็นด้วยว่า เงินปันผลไม่ได้มีความสำคัญกับนักลงทุนระยะยาวมากนัก
ประเด็นน่าจะอยู่ที่บริษัทเอาเงินไปลงทุนอะไรมากกว่า คือ ถ้าลงทุนได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่นักลงทุนส่วนมากสามารถทำได้ บริษัทก็ควรเก็บกำไรสะสมนั้นไว้ เพื่อการโตในอนาคต คือดูจาก
1.ROE เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี (หายากนะ ถ้าเจอช่วย PM บอกผมด้วยครับ) หรือ
2.EPS เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และ ROE คงที่ในระดับสูง
การสรุปแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ

อยากทราบความเห็นของพี่ กรณีของปตท.สผ. โครงการของบริษัทที่จะทำให้เติบโตได้ ค่อนข้างชัดเจนอยู่จริง แต่ปัจจัยด้านราคาน้ำมัน(รวมถึงราคาก๊าซ)ค่อนข้างคาดเดาได้ยากอยู่นะครับ ราคาน้ำมันมีขึ้นก็มีลงได้ อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

Comment: 1001ii at Sat, 10 May 7:31 AM

4-5 ปีที่ผ่าน สผ.เติบโตทั้งจากราคาปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นและ output ของบริษัทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

แต่ในช่วงต่อจากนี้ไป หลังจากแหล่งอาทิตย์เริ่มให้ output ได้แล้ว การเติบโตจะมาจากราคาปิโตรเลียมเป็นหลัก ซึ่งคาดเดาได้ยากอย่างที่คุณ chut ว่า

กว่าแหล่งใหม่ๆ ในต่างประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่จะเริ่มทำให้ output ของสผ.โตเร็วๆ ได้อีกครั้ง (เช่น M9 ในพม่า) ก็คิดว่าต้องใช้เวลาอีก หลายปีทีเดียว

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« May »
SunMonTueWedThuFriSat
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031