Thursday, 20 March 2008
0050: บริษัทมหาชน
« 0049: ความน่าเชื่อถือของบริษัท (ต่อ) | Main | 0051: คณะกรรมการบริษัท »ถ้าใครเคยร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทจะรู้ว่า ถ้าหุ้นส่วนมีสองคน คนแรกถือหุ้น 51% อีกคนถือหุ้น 49% คนที่ถือหุ้น 51% จะมีอำนาจควบคุมบริษัทเหนือคนที่สองทุกอย่าง ราวกับว่าทั้งบริษัทเป็นของเขาคนเดียว เพราะการตัดสินใจใดๆ ในบริษัทจะใช้การโหวตเสียงข้างมาก คนที่ถือหุ้น 51% ย่อมโหวตชนะเสมอ จะเห็นได้ว่า การเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างผู้ถือหุ้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย
ดังนั้นเป้าหมายสูงสุดของบริษัทมหาชนคือ ต้องการให้บริษัทกระจายหุ้นออกสู่มหาชนให้มากที่สุดจนกระทั้งไม่มีใครถือหุ้นใหญ่เลย (ดีที่สุดเลยคือไม่มีใครถือหุ้นเกิน 25% แม้แต่คนเดียว) ทั้งนี้ก็เพื่อลดการเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างผู้ถือหุ้น
ในขณะเดียวกันก็ให้ว่าจ้าง คณะกรรมการบริษัทซึ่งเป็นลูกจ้างมืออาชีพที่ไม่ได้ถือหุ้นเข้าไปบริหารกิจการประจำวันของบริษัทแทนที่จะให้ผู้ถือหุ้นใหญ่บริหาร เพื่อมิให้ผู้ถือหุ้นใหญ่รู้ข้อมูลภายในมากกว่าผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันระหว่างผู้ถือหุ้นได้ คณะกรรมการบริษัทได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยการลงมติ คณะกรรมการบริษัทยังมีหน้าที่ที่จะต้องบอกข้อมูลภายในให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนทราบเท่าๆ กัน และพร้อมๆ กันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย
คณะกรรมการบริษัทคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องทั้งหลายเกี่ยวกับบริษัท ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ในทางกฏหมายถือว่า ไม่ว่าคุณจะถือหุ้นมากแค่ไหนก็ตาม คุณก็ไม่สิทธิเข้าไปล้วงลูกคณะกรรมการบริษัท ถ้าคุณไม่พอใจการทำงานของคณะกรรมการ คุณก็ต้องหาทางรวบรวมเสียงเพื่อโหวตไล่กรรมการออกให้สำเร็จ แต่จะมาสั่งคณะกรรมการให้ทำโน้นทำนี่โดยอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นนั้นไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้บริหารงานกลับไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ความรู้สึกเป็นเจ้าของจะมีน้อย ทำบ้างอู้บ้างก็ได้ เพราะยังไงก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม เพื่อแก้ปัญหาที่ผลประโยชน์ของบริษัทกับของคณะกรรมการไม่ไปในทางเดียวกันเท่าที่ควร หลักธรรมภิบาลจึงมีแนวคิดเรื่องการให้ ESOP แก่ผู้บริหาร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริหารโดยที่ผู้บริหารยังไม่ใช่ผู้ถือหุ้นเหมือนเดิม
สรุปแล้ว หลักบรรษัทภิบาลสมัยนี้จึงต้องการเห็นโครงสร้างบริษัทที่มีลักษณะดังนี้ 1) ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งถือหุ้นใหญ่ 2) กรรมการบริษัทไม่ใช่ผู้ถือหุ้น 3) ใช้ ESOP เป็นเครื่องสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริหารอีกที

[Trackback URL for this entry]
ถูกต้องนะครับ (เสี่ยตามาเอง)
บริษัทที่เหมาะกับโครงสร้างแบบอุดมคติต้องเป็นบริษัทที่เดินได้เองด้วย corporate value แล้ว
ชอบอ่านค่ะแต่ขอตำหนิหน่อยนะคะว่าตัวหนังสือบางส่วนโดนแถบ
ปฏิทิืนและ
About:
1001ii
Categories:
* 1001 Investment
Ideas
Syndication:
XML RSS ATOM
Powered by blojsom
ทับซ้อนจนข้อมูลบางส่วนหายไปทำให้อ่านได้ตะกุกตะกักมากๆ
ขอความกรุณาปรับปรุงให้ด้วยนะคะ

โครงสร้างบริษัทที่ ไม่มีใครถือหุ้นใหญ่ คงใช้ไม่ได้กับบริษัทขนาดเล็กที่ความสำเร็จของบริษัท ขึ้นกับผู้บริหารเป็นหลัก แบบ work point หรือ oishi
เพราะถ้า key person ถือหุ้นน้อย จะไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน ใช่ไหมครับ