Friday, 8 February 2008

0045: Amusement Park

« 0044: สิ่งที่กระตุ้นการใช้อารมณ์ได้มากที่สุด | Main | 0046: Holistic Judgment »

 

ตลาดหุ้นจะว่าไปแล้วก็เหมือน สวนสนุก สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือเวลาและคูปองที่อยู่ในมือ ที่ต่างกันคือ แล้วแต่แต่ละคนจะเลือกใช้เวลาและคูปองส่วนใหญ่ไปกับเครื่องเล่นอะไรดี บางคนเล่นเครื่องเล่นให้ครบหลายๆ เครื่อง บางคนเลือกเล่นเครื่องเล่นอย่างที่ชอบที่สุดแค่อย่างเดียวซ้ำไปซ้ำมา เครื่องเล่นในตลาดหุ้นนั้นมีให้เลือกอยู่หลายอย่าง 

1. ซื้อหุ้นเพื่อรอรับเงินปันผล ข้อดีของวิธีนี้คือ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย แค่เลือกหุ้นที่ถือว่าเป็นชื่อสามัญประจำบ้านของไทย และมีประวัติการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ถือกินปันผลไปเรื่อยๆ แต่ต้องระวังอย่าเลือกหุ้นโดยดูแต่อัตราเงินปันผลสูงๆ อย่างเดียว วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้แล้ว ให้ผลตอบแทนคาดหวังแค่ 5% ต่อปี ว่าไปแล้วเปรียบได้กับเครื่องเล่น "ม้าหมุน" ในสวนสนุก เพราะไม่เน้นตื่นเต้น

2. นักลงทุนผู้เป็นแบบอย่าง พวกนี้ศึกษาพื้นฐานของกิจการอย่างลึกซึ้ง เมื่อพบธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ราคาเหมาะสม ก็เข้าไปถืออย่างจริงๆ จังๆ พร้อมร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบริษัทเพราะไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของธุรกิจ คนที่จะลงทุนแบบนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีความลึกซึ้งเรื่องการลงทุน มีความสามารถในการจับประเด็นที่สำคัญในการมองธุรกิจแต่ละอย่างเพื่อให้วิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น คนที่ลงทุนแนวนี้นับว่ามีอยู่น้อยที่สุดในตลาด ผลตอบแทนคาดหวังจะเท่ากับอัตราการเติบโตของกำไรในระยะยาวของบริษัทที่ลงทุน บวกส่วนเพิ่มอีกนิดหน่อยจากการซื้อหุ้นนั้นมาได้ในราคาถูก (รวมแล้ว 10-15%) อาจเทียบได้กับ เครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์

3. แนวเก็งกำไรผลประกอบการ กลุ่มนี้คอยจ้องหาหุ้นที่ EPS กำลังจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงๆ (เช่น 100%) หรือหุ้นที่กำลังจะมีข่าวดีมากๆ เมื่อพบจะรีบอัดเงินเข้าไปทันที (บางคนจะเบิกมาร์จิ้นมาอัดเพิ่มด้วย) จากนั้นก็รอลุ้นผลประกอบการ หรือรอให้ราคาหุ้นรับข่าว ก็จะรีบขายทำกำไร เพื่อเอาเงินไปเล่นตัวอื่นต่อ เพื่อเร่งทำรอบ วิธีนี้คาดหวังผลตอบแทน 50-100% ต่อปี แต่คนที่จะประสบความสำเร็จในแนวนี้ได้จะต้องอุทิศชีวิตให้กับการเสาะหาข้อมูลเท่านั้น การเข้าถึงข้อมูลคือปัจจัยความสำเร็จของการลงทุนแนวนี้ การวิเคราะห์เป็นเรื่องรอง ปัจจุบันเริ่มมีคนเล่นหุ้นแนวนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกระแสเรื่องอิสรภาพทางการเงินมาแรง คนที่เรียกตัวเองว่า "นักลงทุน" ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วจะลงทุนด้วยวิธีนี้มากที่สุด เปรียบได้กับเครื่องเล่นประเภท "ล่องแก่ง"

4. แนวเล่นรอบกับต่างชาติ แนวนี้พยายามทำกำไรจากการขึ้นๆ ลงๆ ของ SET Index เป็นรอบๆ ซึ่งในหนึ่งปีจะมีให้เล่นได้ 4-5 รอบ เน้นซื้อหุ้นบลูชิพเป็นหลัก เพราะเป็นหุ้นที่พวกฝรั่งใช้เล่นรอบ นักลงทุนแนวนี้มักจะติดตามเรื่อง Fund Flow และอาศัยสัญญาณเทคนิคเป็นเครื่องมือหาจังหวะ คนที่จะประสบความสำเร็จในแนวนี้ต้องเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดี มีวินัยของนักเก็งกำไรที่ดีเยี่ยม ถ้าต้องการเร่งผลตอบแทนอาจใช้มาร์จิ้นหรือ TFEX เข้าช่วย เปรียบได้กับ เครื่องเล่นรถไฟเหาะ

5. เล่นหุ้นปั่น หากำไรจากการขึ้นๆ ลงๆ อย่างรุนแรงของหุ้นตัวเล็กๆ ที่เป็นที่รู้กันว่ามีเจ้า ส่วนใหญ่มักเป็นธุรกิจที่ขาดทุน มีวอร์แรนต์ และมักปรากฏตัวใน Top Gainer/Top Loser List ของทุกปี คาดหวังผลตอบแทน 100-1000% แต่โอกาสขาดทุนสูงมาก ส่วนใหญ่คนที่เล่นแนวนี้จะต้องถือคติว่า แม้ขาดทุนสิบครั้ง แต่ได้หนักๆ ครั้งเดียวก็รวยแล้ว คนที่จะประสบความสำเร็จจากวิธีนี้ต้องเป็นคนที่มีดวงที่เฮงสุดๆ แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือ การผันตัวมาเป็นเจ้ามือเองให้ได้ เพราะเจ้ามือคือผู้จุดพลุสร้างข่าวเชียร์เองกับมือย่อมควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ต้องพึ่งพาดวง แนวนี้เปรียบได้กับ เครื่องเล่นรถไฟเหาะตีลังกา

ในสวนสนุกแห่งนี้ที่ชื่อว่า ตลาดหุ้น ทุกคนมีอิสระที่จะเลือกเล่นเครื่องเล่นแบบไหนก็ได้ตามความถนัดและเป้าหมายของตัวเอง....

Posted by 1001ii at 6:00 PM in 1001 Investment Ideas

 

[Trackback URL for this entry]

Comment: keng at Mon, 11 Feb 2:14 PM

ชอบบทความพี่มากๆ ครับ

จริงๆแล้ว ผมว่าคนเรา ต้องสร้างประสบการณ์ ในการลงทุนก่อน ก่อนที่จะทุ่มเทเงินที่มีอยู่จนหมดตัวลงไป ... เรียกว่า พยายามไม่ขาดทุนในขณะที่ประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น

กลัวจะเป็นแบบว่า พอมีประสบการณ์ เงินก็หมดเสียแล้ว
....

Comment: 1001ii at Mon, 11 Feb 7:40 PM

อึม คุณ keng ตั้งประเด็นได้น่าสนใจ ผมเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างเหมือนกัน เอาไว้จะเขียนความเห็นของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

Comment: กุยแก at Tue, 12 Feb 2:21 AM

สวนสนุกของพี่ ผมชอบ เล่นแบบ 5 4 3 ตามลำดับละครับ

ส่วน 2 1 ผมคงเข้าถึงข้อมูลแท้จริงใด้ยากยิ่งกว่ายากอะครับไม่ยุ่งดีกว่า

Comment: 1001ii at Tue, 12 Feb 12:12 PM

ทุกแบบสามารถประสบความสำเร็จได้หมดครับ ขอให้ตัวคุณมีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการลงทุนในวิธีนั้นๆ อยู่ในตัว

Comment: poppo at Thu, 14 Feb 4:46 PM

ส่วนตัวผมนั่งแต่ม้าหมุนไม่ว่าจะไปสวนสนุกจริง หรือสวนตลาดหุ้น เพราะกลัวความสูงขั้นรุนแรงขนาดไปเที่ยวห้างยังไม่กล้าขึ้นลิฟต์แก้วเลย จะขึ้นบันไดเลื่อนก็ยืนด้านที่มองไปข้างๆแล้วชนกำแพง

ผมไม่มีความสามารถในการติดตามข้อมูลเยอะๆ ค่อนข้างขี้เกียจด้วย ลงทุนตัวไหนก็จะลงตัวนั้นไปเรื่อยๆ ขี้เกียจทำการบ้าน

Comment: Leon at Sat, 16 Feb 2:10 AM

เรียนคุณสุอี้ผมเพิ่งจะเป็นมือใหม่หัดลงทุนในตลาดหุ้นอยากจะขอความอนุเคราะห์แนะนำหนังสือดีๆ เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนที่ยั่งยืนด้วยครับ จะโพสตอบก็ได้ หรือ mail มาบอกที่ as_apples@hotmail.com ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ

Comment: 1001ii at Wed, 20 Feb 7:20 PM

ในความคิดของผม หนังสือที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่คือ One Up on Wall Street ของปีเตอร์ลินซ์ครับ เมื่อเล่นไปได้ระดับหนึ่ง ก็ควรอ่าน Beat the Street ด้วย เล่มหลังนี่ผมว่าเป็นหนังสือหุ้นที่ดีที่สุดเลย

Comment: Leon Future2012 at Fri, 22 Feb 6:39 PM

สวัสดีครับท่านแม่ทัพสุมาอี้ พอดีได้ยินเพื่อนคุยกันว่าได้กำไรจากการค้าหุ้น10,000บาทในช่วงเช้าแต่ทว่ามาขาดทุน5,000บาทในช่วงภาคบ่ายเท่ากับว่าเค้าสามารถทำกำไรตั้ง 5,000 บาทในวันเดียว
ผมฟังแล้วก็ตื่นเต้นเพราะว่าวันนึงสามรถทำกำไรต้อง 5,000 บาท อยากลงทุนตามเพื่อนบ้าง
แต่ก็มาคิดได้ว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอถ้าง่ายอย่างนั้นจิงๆ ทำไมยังมีแมงเม่าให้คนอื่นเค้าเรียกเล่นกันอีกล่ะ

ท่านแม่ทัพคิดว่าในตลาดหลักทรัพย์บ้านเรามีนักลงทุนกี่% ที่ลงทุนแบบเก็งกำไร
แล้วได้กำไรแบบว่ารวยเลย มีจิงเหรอครับ

Comment: 1001ii at Sun, 24 Feb 6:04 PM

อย่างที่ว่ามาถ้าเป็นแบบเดียวกันทุกวันล่ะก็ ดีแน่ๆ (ผมคงเอาด้วย) แต่ผมเกรงว่าม้นจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกวันนะสิครับ

การลงทุนกับการเก็งกำไรจริงๆ แล้วแบ่งแยกกันโดยเด็ดขาดเลยไม่ได้ มันเป็น spectrum มากกว่าขาวกับดำ โดยส่วนตัวผมไม่ได้ซีเรียสกับคำสองคำนี้มาก ผมคิดว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือนักลงทุนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ มีวิจารณาณเป็นของตัวเอง ซึ่งมีทั้งนักเก็งกำไรและนักลงทุนครับ

นักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จจนรวยมากๆ มีครับ แต่ผมสังเกตว่าพวกเขาจะรวยหนักๆ มาจากการเก็งหุ้นครั้งสองครั้งที่เขามีความมั่นใจมากๆ เลยทุ่มสุดตัว คนที่ร่ำรวยมาจากการได้กำไรวั้นละ 5 พันทุกวันสะสมไปเรื่อยๆ ยังไม่เคยเห็นเลยครับ

Comment: Ryuga at Wed, 2 Apr 12:04 AM

แล้วมีหุ้นแบบบ้านผีสิงมั้ยครับ น่าจะเยอะนะครับ อิ อิ .... ^_^

Comment: 1001ii at Wed, 2 Apr 12:36 PM

555 คิดได้ไงครับ คุณริวกะ

Your comment:

(not displayed)
Code:
 
 
 

Live Comment Preview:

 
« February »
SunMonTueWedThuFriSat
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829